ภูผา
ตอนที่6
หลังจากการสร้างธนูภูผายังสร้างบันไดที่ทำจากไม้อย่างง่ายๆอีกหนึ่งอัน บันไดนั้นมีไว้เพื่อใช้หลบหนีขึ้นต้นไม้เผือเกิดเหตุการมอนเตอโจมตี
ตอนที่1 นายภูผา
ในยุคสมันใหม่ที่เทคโนโลยีได้เดินทางมาทันความฝันของมนุษย์ เทคโนโบยีที่ครั้งหนึ่งถูกเรียกว่าความเผิ้อฟัน แต่ในตอนนี้ทุกอย่างได้เดินมาสู้ความเป็นจริง ในด้านอุปกรณ์และยานยนต์ ทุกอย่างล้วนเอื้ออำนวยต่อคนและธรรมชาติ พลังงานจากแสงอาทิตได้รับการพัฒนาจนสามารถ นำมาใช้กับเทคโนโลยีและเครื่องยน ส่วนแก๊ตหุงต้มสามารถผลิตจากวัสดุจากของเหลือใช้และยังได้ผลดียิ่งกว่าที่แล้วมาในอดีต แม้ว่าทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแต่วิธีชีวิตของสังคมก็ยังคล้ายดังเดิม
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ภูผาเองเรียนอยู่โรงเรียนใกล้ๆบ้านซึ่งอยู่ชั้นม.3 และมันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่จะมีความรักในวัยเรียนมันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขแม้ว่านี้จะเป็นความรักแค่ข้างเดียว
......"ภูผาๆ"
"...อะ...อืม.มีอะไรเหรอเอื้องฟ้า"
"ภูผานั้นแหละมีอะไร เห็นเหม่อตั้งนาน หมดคาบเรียนแล้วนะ"
ภูผายิ้มให้ก่อนตอบ
"ป่าว อะไรเลยเปือย"
หญิงสาวที่่มีหน้าตางดงามเป็นที่หนึ่งไม่มีสองความงามของเธอเป็นที่เล่าลือกันไปทั่วทั้งเขต รูปร่างของเอื้องฟ้ายังเซ็กซี่ยั่วยวนใจชายทั้งหลายที่ได้เห็นเธอ แม้อายุยังน้อยแต่ร่างกายเธอถือว่าเป็อันยมณีชั้นยอดหากใช้เวลาขัดเกลาอีกสักหน่อยคงทำให้ผู้ชายทั้งหลายคลั้งไปตามๆกัน พอนึกถึงเรื่องนี้ทำเอาใจภูผาใจฝ่อไปเหมือนกัน ไหนเลยนางฟ้าจะคู่กับยาจก จริงๆแล้วภูผากำลังนึกเรื่องพ่อที่พึ่งเสียไปเมื่อปีก่อน ในตอนวันเกิดอายุครบ15ปีของเค้า จนถึงวันนี้ เรื่องที่พ่อบอกและสอนทำให้ภูผาสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ นั้นเป็นเพราะภูผาไม่เคยรู้จักญาติที่ไหนเลยและตอนนี้เงินที่พ่อเก็บมาก็ใช่จ่ายค่าเทมอของตัวเองจนหมดแล้ว เหลือก็แต่บัญชีนึงที่พ่อทิ้งไว บันชีเงินฝากนั้นเต็มไปด้วยความสงใสมากมาย เพราะตนกับพ่อไม่ได้มีถานะร่ำรวยอะไรเพียงพออยู่พอกินพอเก็บ แต่เงินในอีกบัณชีหนึ่งที่พ่อทิ้งไว้กับมีเงินอยู่ถึง1ล้านซึ่งมันมากเกินที่พวกเราจะหาได้และจากประวัติของบัญชีมันไม่เคยถูกถอนเลยและถูกฝากแค่ครั้งเดียวซึ่งเวลาได้ผ่านมาถึง15เกือบ16ปีแล้วที่ได้มีบันทึกฝากไว้ครั้งแรก แต่ไม่ว่าจะสงใสมากแค่ไหนข้อมูลทั้งหมดก็มีเพียงแค่นี้ และตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องใช่เงิน ในเมือถึงเวลาจ่ายค่าเทมอปีสุดท้ายของมอต้นและภูผาเองไม่อยากจะให้คูรที่ปึกษาของตนเองยื้นมือเขามาช่วยอีกแล้วเพราะมันจะทำให้ท่านเดือดร้อนทั้งหมดคือสิ่งที่ตนควรรับผิดชอบ
"แน่ใจนะว่าไม่เป็นไร"เอื้องฟ้าถามขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นภูผาเหม่อลอยอีก มันชักจะบ่อยและเร็วเกินไปแล้ว
"อื่ม ขอบใจนะที่ถาม"
เอื้องฟ้าแค้ยิ้มตอบ เพราะยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากโต๊ะข้างหน้าเสียก่อน
"ถ้าจะห่วงกันขนาดนี้ ไม่เป็นแฟนกันซะให้รู้แล้วรู้รอด ไปเลยละ"ออ้ยเพื่อนสนิทเอื้องฟ้า หน้าตาสวยน่ารักเหมือนกันแต่สู้เอื้องฟ้าไม่ได้แน่นอนพูดแขวะขึ้นมา
"บ้า"สาวสวยลุกขึ้นไปพัดไหล่อ้อยแล้วค้อนใส่ก่อนเดินไวๆออกห้องไปด้วยใบหน้าที่แดงกล่ำ
"โอ้ยยย ถ้าเธอจะเล่นแร็งขนาดนี้ ไม่ต่อยหน้าฉันไปเลยละ"ออ้ยพูดขนะเดินตามเอื้องฟ้าออกไป
ภูผาอยากคิดเสียเหลือเกิน ว่าเรื่องที่เอื้องฟ้าทำเหล่านี้ เป็นเพราะเธอเองก็มีใจให้กับเค้าแต่ก็ต้องห้ามตัวเองไม่ให้คิดไปไกล จนต้องผิดหวังกับความจริงที่เรานั้นช่างต่างกันเสียเหลือเกิน
ชั่วโมงเรียนวันนี้หมดลงด้วยความสุขจนล้นปรี ทำให้รู้...แม้วันข้างหน้าต้องเจอกับความผิดหวัง แต่ขอแค้ได้เก็บเรื่องราวในตอนนี้ไว้เพื่อจดจำ ก็คงไม่มีสิ่งไหนที่ทำให้ท้อแท้ได้อีก.....
-*-หลังเลิกเรียนภูภาต้องรีบไปเบิกเงินมาจ่ายค่าเทมอก่อนที่ธนาคารจะปิด แล้วตอนดึกของวันนี้เค้ายังต้องเตรียมตัวเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในวันต่อๆไปอิก เพราะเงินใจึบัญชีควรเก็บไว้เป็นค่าเล้าเรียนและเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในวันข้างหน้า
*ถ้าหากการที่ฉันได้อยู่กับเธอมันคือความฝัน ฉันก็พร้อมที่จะอยู่ในนิทรา ไปตลอดกาล
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ภูผาเองเรียนอยู่โรงเรียนใกล้ๆบ้านซึ่งอยู่ชั้นม.3 และมันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่จะมีความรักในวัยเรียนมันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขแม้ว่านี้จะเป็นความรักแค่ข้างเดียว
......"ภูผาๆ"
"...อะ...อืม.มีอะไรเหรอเอื้องฟ้า"
"ภูผานั้นแหละมีอะไร เห็นเหม่อตั้งนาน หมดคาบเรียนแล้วนะ"
ภูผายิ้มให้ก่อนตอบ
"ป่าว อะไรเลยเปือย"
หญิงสาวที่่มีหน้าตางดงามเป็นที่หนึ่งไม่มีสองความงามของเธอเป็นที่เล่าลือกันไปทั่วทั้งเขต รูปร่างของเอื้องฟ้ายังเซ็กซี่ยั่วยวนใจชายทั้งหลายที่ได้เห็นเธอ แม้อายุยังน้อยแต่ร่างกายเธอถือว่าเป็อันยมณีชั้นยอดหากใช้เวลาขัดเกลาอีกสักหน่อยคงทำให้ผู้ชายทั้งหลายคลั้งไปตามๆกัน พอนึกถึงเรื่องนี้ทำเอาใจภูผาใจฝ่อไปเหมือนกัน ไหนเลยนางฟ้าจะคู่กับยาจก จริงๆแล้วภูผากำลังนึกเรื่องพ่อที่พึ่งเสียไปเมื่อปีก่อน ในตอนวันเกิดอายุครบ15ปีของเค้า จนถึงวันนี้ เรื่องที่พ่อบอกและสอนทำให้ภูผาสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ นั้นเป็นเพราะภูผาไม่เคยรู้จักญาติที่ไหนเลยและตอนนี้เงินที่พ่อเก็บมาก็ใช่จ่ายค่าเทมอของตัวเองจนหมดแล้ว เหลือก็แต่บัญชีนึงที่พ่อทิ้งไว บันชีเงินฝากนั้นเต็มไปด้วยความสงใสมากมาย เพราะตนกับพ่อไม่ได้มีถานะร่ำรวยอะไรเพียงพออยู่พอกินพอเก็บ แต่เงินในอีกบัณชีหนึ่งที่พ่อทิ้งไว้กับมีเงินอยู่ถึง1ล้านซึ่งมันมากเกินที่พวกเราจะหาได้และจากประวัติของบัญชีมันไม่เคยถูกถอนเลยและถูกฝากแค่ครั้งเดียวซึ่งเวลาได้ผ่านมาถึง15เกือบ16ปีแล้วที่ได้มีบันทึกฝากไว้ครั้งแรก แต่ไม่ว่าจะสงใสมากแค่ไหนข้อมูลทั้งหมดก็มีเพียงแค่นี้ และตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องใช่เงิน ในเมือถึงเวลาจ่ายค่าเทมอปีสุดท้ายของมอต้นและภูผาเองไม่อยากจะให้คูรที่ปึกษาของตนเองยื้นมือเขามาช่วยอีกแล้วเพราะมันจะทำให้ท่านเดือดร้อนทั้งหมดคือสิ่งที่ตนควรรับผิดชอบ
"แน่ใจนะว่าไม่เป็นไร"เอื้องฟ้าถามขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นภูผาเหม่อลอยอีก มันชักจะบ่อยและเร็วเกินไปแล้ว
"อื่ม ขอบใจนะที่ถาม"
เอื้องฟ้าแค้ยิ้มตอบ เพราะยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากโต๊ะข้างหน้าเสียก่อน
"ถ้าจะห่วงกันขนาดนี้ ไม่เป็นแฟนกันซะให้รู้แล้วรู้รอด ไปเลยละ"ออ้ยเพื่อนสนิทเอื้องฟ้า หน้าตาสวยน่ารักเหมือนกันแต่สู้เอื้องฟ้าไม่ได้แน่นอนพูดแขวะขึ้นมา
"บ้า"สาวสวยลุกขึ้นไปพัดไหล่อ้อยแล้วค้อนใส่ก่อนเดินไวๆออกห้องไปด้วยใบหน้าที่แดงกล่ำ
"โอ้ยยย ถ้าเธอจะเล่นแร็งขนาดนี้ ไม่ต่อยหน้าฉันไปเลยละ"ออ้ยพูดขนะเดินตามเอื้องฟ้าออกไป
ภูผาอยากคิดเสียเหลือเกิน ว่าเรื่องที่เอื้องฟ้าทำเหล่านี้ เป็นเพราะเธอเองก็มีใจให้กับเค้าแต่ก็ต้องห้ามตัวเองไม่ให้คิดไปไกล จนต้องผิดหวังกับความจริงที่เรานั้นช่างต่างกันเสียเหลือเกิน
ชั่วโมงเรียนวันนี้หมดลงด้วยความสุขจนล้นปรี ทำให้รู้...แม้วันข้างหน้าต้องเจอกับความผิดหวัง แต่ขอแค้ได้เก็บเรื่องราวในตอนนี้ไว้เพื่อจดจำ ก็คงไม่มีสิ่งไหนที่ทำให้ท้อแท้ได้อีก.....
-*-หลังเลิกเรียนภูภาต้องรีบไปเบิกเงินมาจ่ายค่าเทมอก่อนที่ธนาคารจะปิด แล้วตอนดึกของวันนี้เค้ายังต้องเตรียมตัวเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในวันต่อๆไปอิก เพราะเงินใจึบัญชีควรเก็บไว้เป็นค่าเล้าเรียนและเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในวันข้างหน้า
*ถ้าหากการที่ฉันได้อยู่กับเธอมันคือความฝัน ฉันก็พร้อมที่จะอยู่ในนิทรา ไปตลอดกาล
ตอนที่ 6 "ข้อแรกเปลี่ยน"
ความมืดคือสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในตอนนี้
เหมือนกับล่วงลงสู่เบื่องล่างของพื้นทะเล ความรู้สึกนั้นเหมือนว่าไม่มีที่สิ้นสุด
ผ่านพบความกลัวและเย็นยะเยือกของทุกเสียววินาทีที่ผ่านไป เหมือนกับความกลัวและเย็นนั้นได้ดำเดินมาจนถึงที่สุด
อย่างฉับพลันแสงหนึ่งสาดส่องผ่านเข้ามาในความมืด ก่อให้ปรากฏฉากหนึ่งขึ้นมา ฉากที่ได้เห็นนั้นคล้ายกับว่ากำลังลอยอยู่ในห่วงอวกาศ
และมองไปยังดวงดาวกลุ่มหนึ่งที่ล้อมรอบดาวเคราะห์ที่ใหญ่กว่าโลกของเราเป็นร้อยเท่า
ทำให้ดูเหมือนว่าแสงของพระอาทิตย์นั้นสาดส่องไม่ทั่วถึง แต่แสงที่สะท้อนออกมาจากดาวดวงนั้นกับบอกให้รู้ว่า
มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังมืดอยู่ อาจเป็นเพราะดาวดวงนั้นมีพระจันทร์ถึงสี่ดวง
หนึ่งในสี่นั้นมีอยู่ดวงหนึ่งที่ให้ความรู้สึกว่าร้อนแรงดังพระอาทิตย์แต่กับส่องแสงสีน้ำเงิน
ผมไม่อาจหาคำมาอธิบายกับเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ แค่บอกได้เต็มปากว่ามันคล้ายกับความจริง ทั้งความร้อนที่ส่องมาและความรู้สึก จากนั้นจู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในห่วงอวกาศ
“สิ่งที่ถูกแบ่งแยก จะหวนคืนสู่ถิ่นเดิม บัดนั้นจะไม่มีสิ่งใดมาแบ่งให้เป็นอื่น หนึ่งเดียวที่ทุกสิ่งควรทำ
คือการตั้งมั่นเผชิญกับโชคชะตา.....”
“ใครนะ นั้นเสียงใคร”
ไม่มีเสียงใดตอบกลับมามีเพียงแสงหนึ่งปรากฏขึ้น
แล้วแสงนั้นก็ดูดผมเข้าไป
..............................................................................................................................................................................
“ภูผา ภูผา เป็นอะไรหรือป่าว”
“ฮืม......อ่าวเอื้องฟ้า”
“ภูผา เป็นอะไรหรือป่าว เราเรียกนานแล้วนะ แถมตัวก็เย็นลงๆ
ทำเอาตกใจแถบแย่”
“เราไม่เป็นไรจ๊ะ ขอบใจที่เป็นห่วงนะ”ผมก้มลงไปจูบหน้าผากของเธอ แม้ในหัวจะสับสนเพียงใดแต่ใบหน้าห่วงใยของเอื้องฟ้าเป็นสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขไม่น้อยที่ได้เป็นเจ้าของความห่วงใยของเธอ
“ไม่ให้เราห่วง...แฟนเราได้ไงละ”
“แค่แฟนเองเหรอ....เราว่ามากกว่านั้นนะ”
“บ้า...บ้าอะ ภูผาบ้า”
แล้วเธอก็นอนหันหลังให้ผมเพื่อปิดบังใบหน้าที่เขินอายอันแสนจะน่ารักของเธอ
ทำเอาผมเกิดอารมณ์ขึ้นมาอย่างมากมายแต่รู้สึกว่ามันจะมากเกินกว่าปกติ
จนผมไม่รู้ตัวว่าก้มลงไปซุกไซ้เธอตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่ต้องหยุดไปเมื่อเอื้องฟ้าทั้งหยิกทั้งตีแล้วบอกว่าพี่กับพ่อของเธอกำลังจะกลับมาแล้ว
ผมจึงต้องรีบแต่งตัวและออกจากบ้านเอื้องฟ้าแต่ก่อนกลับ ผมได้ถอดตะกุตเทภารักที่ติดตัวอยู่ตลอดเวลาออกจากคอผม
แล้วให้กับเอื้องฟ้าผมจะได้สบายใจเวลาที่ไม่ได้อยู่ใกล้ๆเธออันตรายใดๆจะไม่สามารถเข้าใกล้เธอได้
ผมยื่นตัวไปหาเธอที่หน้าประตูบ้านแล้วบอกกับเธอ
ว่า“สิ่งนี้พ่อให้เราไว้ตั้งแต่เด็ก มันคอยคุ้มครองเราตลอดเวลา
แต่นับต่อจากนี้ไปเราอยากให้ตะกรุดนี้คอยคุ้มครองดวงใจของเราตลอดไป”
ผมยื่นตัวไปแล้วคร้องซอยตะกรุดนั้นไว้ที่คอของเธอ
ก่อนจะดึงตัวกลับผมหอมแก้มเธอฟอดใหญ่หนึ่งทีแล้วรีบวิ่งกลับบ้านทันทีเพราะดูเหมือนว่าได้เวลาที่พ่อของเอื้องฟ้าต้องกลับบ้านแล้วก็เป็นยังนั้นจริงๆพอดีที่ผมออกมาพ้นประตูบ้าน
รถของพ่อเอื้องฟ้าก็สวนเข้าบ้านไปและดูเหมือนพ่อของเอื้องฟ้าจะไม่ทันสังเกตเห็นผมแต่พี่ดอกแก้วเธอเห็นเต็มๆเพราะทำหน้าตกใจที่เห็นว่าผมอยู่แถวนั้นและยังชี้หน้าผมอีกแต่ผมก็แค่ยิ้มยั่วๆกลับไป
จากนั้นผมก็ก้าวเดินออกไปด้วยร่างที่เบาหวิวดังขนนกและใจที่ร่าเริง
ลืมความกังวลทุกอย่างจนหมดสิ้น
แต่แล้วเมื่อมาถึงบริเวณทางเข้าบ้านผมก็ต้องพบเจอปัญหาที่ไม่อาจหลีกหนีได้นั้นคือพี่มะลิหญิงสาวอีกคนที่ผมรักแม้เธอจะเป็นเพียงวิญญาณ
แต่ความรักไม่มีสิ่งใดมาแบ่งแยกได้
“ไปไหนมา”
“บ....บ้านเพื่อนจ๊ะ”
“ใคร”
ผมใช้เวลาคิดอยู่ข่อนข้างนานว่าจะตอบความจริงดีไหม แต่ดูจากท่าทางของพี่มะลิแล้วคงรู้อะไรมาบ้าง
จึงดูโกรธอยู่ไม่น้อย เหลือทางเลือกเดียวนั้นคือความจริง
“เอื้องฟ้า บ้านเอื้องฟ้า”
แล้วพี่มะลิก็ก้มหน้าเงียบไป ผ่านไปสักพักด้วยใจผมที่หล่นวูบกับท่าทีของเธอ
ในที่สุดพี่มะลิก็พูดออกมา
“ข้านั้นเป็นเพียงแสงที่เลือนราง แม้เพียงฝุ่นละออง
ข้าก็ยังมิอาจสำคัญเท่า แล้วเหตุใดข้าจะเทียบเคียงรัศมีของหญิงเอื้องฟ้าได้...เพียงเศษทุรี
ฤ จะสู้กายเนื้อ...ไม่มีวัน”
แล้วพี่มะลิก็ไม่ให้โอกาสผมได้อธิบายหรือแก้ตัวถึงสิ่งใด
กายร่างเป็นหมอกควันกลับสู่สร้อยรูปร่างคล้ายหยดน้ำ ที่พ่อเรียกว่าสร้อยวารี
จากนั้นพี่มะลิไม่ส่งปฏิกิริยาอะไรออกมาอีกเลย
แม้ว่าผมจะสามารถบังคับให้พี่มะลิออกมาได้
แต่วิธีนั้นคงจะทำให้เรื่องแย่ลงกว่าเดิม แล้วจะมีทางใดที่จะแก้ปัญหานี้ได้บ้าง
ปัญหาครั้งนี้เหมือนกับกำแพงที่ไม่อาจข้ามผ่านไปได้เพราะหากเป็นผม ผมก็คงไม่มีวันให้อภัยคนที่รักเหมือนกันเหลือทางเดียวคือการขอคำปรึกษาจากพ่อหรือ...ปู่
จึงตัดสินใจเดินเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบหยามในการเดินป่า
เพราะเมื่อเช้าพ่อบอกกับผมว่า จะพาปู่เข้าไปเที่ยวในป่า
ตอนนี้คงกำลังกลับมากันแล้ว แต่ผมคงรอไม่ไหวคงต้องเข้าไปตามหาพ่อกับปู่อีกที
แต่ทะว่าพอผมเปิดประตูเข้าบ้านก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
“แก ตาย”
“เดี๋ยว ”วิ”....”
เสียงทั้งสองคนดังขึ้นเกือบพร้อมกันแต่ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่ตามนั้นคือมีดแหลมที่พุ่งมาที่ตัวผม
ปลายมีดนั้นเล็งมาที่ท้องแม้เรื่องนี้จะเกิดขึ้นไวมา
แต่ร่างผมก็ยังพุ่งถอยหลังหลบออกมาได้แต่เจ้าของมีดยังไม่ลดละความพยายามพุ่งตัวเข้ามาแทงซ้ำอีกครั้งด้วยมือขาวเพียงข้างเดียว
แต่คราวนี้ผมตั้งตัวได้แล้วจึงใช่มือขวาจับไปที่หลังมือจากด้านล่างและซ้ายจับไปตรงหน้ามือจากด้านบนแล้วบิดมือนั้นพร้อมใช่ท้าวซ้ายเตะกวาดจากด้านล่างทำให้คนนั้นล้มลงไปนอนกับพื้นผมจึงนำมีดที่จะใช้แทงตัวผมมาไว้ในมือแล้วถอยออกมา
“คราวหลัง อย่าตะโกนออกมาก่อนจะฆ่าใครละ เดียวจะโดนเสียเอง”
ผมก้มลงพูดกับคนที่จะฆ่าผม
เลยสังเกตได้ว่าเป็นผู้หญิงเพราะผมที่ยาวมาปิดหน้าไว้
“เดี๋ยว...เดี๋ยวค่ะ”
มีเสียงของอีกคนร้องตามมาหลังจากที่คนแรกนอนลงไปกับพื้นแล้ว
เป็นเสียงผู้หญิงเหมือนกันหน้าตาดูสวยเหมือนเป็นลูกครึ่งจีนดูจากตาที่เล็กแต่เข้ากับใบหน้ารูปเรียวของเธอทำให้หยุดมองไม่ได้
เพราะมันเป็นใบหน้าที่เซ็กซี่ไม่น้อยดูแล้วคงแกว่าผมไปสักห้าปีได้
แล้วเธอคนนั้นก็พูดขึ้น
“ฉันขอโทษ แทนน้องของฉันด้วยนะคะ”
“ขอโทษเค้าทำมัยกันคะพี่ เค้าต่างหากที่ต้องกลัว”
หญิงสาวที่นอนกับพื้น พยุงตัวลุกขึ้นมาพร้อมกับพูดแสกพี่สาวของเธอ
“เพราะว่าเค้า.........”
เธอหันมามองผมแล้วหยุดพูดไปเหมือนตลึงกับบางอย่าง แต่ก็พูดต่อจนจบ
“...เป็นคนลักพาตัวคุณตา”
ผมยังไม่ทันได้พูดหรือถามอะไรจากเธอคนนั้นเพราะมัวยืนมองคนสวยอีกคนที่อายุคงใกล้เคียงกับผม
ก็มีเสียงของปู่จากทางหลังบ้านพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ฮ้า ใคร ใครถูกลักพาตัวนะ....อ้าวใยตัวแสบมาได้ไงนิ”
หญิงสาวทั้งสองหันไปมอง แล้วตะโกนออกมาพร้อมกับวิ่งไปหาปู่
“คุณตา”
“ฮืม...ตา”
ผมทวนออกมาช้าๆ เบาๆเรื่องนี้ไม่ทำให้ผมตกใจอะไรมากหลังจากรู้ว่าปู่ยังมีชีวิตอยู่ก็พอเดาออกว่าผมยังมีญาติคนอื่นๆอีกแน่
แต่ตกใจตรงที่ญาติสวยเกินไปตางหาก
“พวกหนูตามหาตา จนถั่วหมดเลย
โชคดีที่พี่จันทร์มากับปู่ด้วยนะพวกเราถึงได้รู้”
ผู้หญิงที่แทงมีดใส่ผมพูดขึ้น
“ตาก็บอกที่บ้านแล้วนิว่าจะออกมาสักสามสี่วันหรืออาจนานกว่านั้น”
“ก็พวกเราติดต่อตาไม่ได้เลยนิ”
คราวนี้ผู้หญิงที่เข้ามาห้ามเป็นคนพูด
“ก็ติดต่อแม่จันทร์เค้าได้อยู่ไม่ใช่เหรอ”
“ก็ตาให้พวกพี่เค้าไปอยู่ที่ในเมืองกัน แล้วพวกเราจะติดต่อตาได้ยังไง
แล้วตามาอยู่ที่นี้ทำไม”
“อ้อ จริงสิ...นี้ภูผาเป็นหลานตาอีกคน”
ปู่ชี้มาทางผม
“ฮะ”ทั้งสองหันมองมาทางผมตามที่ปู่ชี้แล้วร้องออกมาอย่างตกใจ
จากนั้นหันมามองหน้ากัน
“แล้วภูผา คนนี้ชื่อวิ”ปู่ชี้ไปทางคนที่วิ่งเอามีดมาแทงผม ใบหน้าเธอนั้นเป็นรูปไข่ตาเล็กคิ้วโค้งได้รูปใบหน้าหมดจดไม่มีสิวหรือรอยแผลใดๆ
รวมแล้วเธอสวยมากในแบบคนตาเล็ก
“ส่วนคนนี้ชื่อกาล”เธอคือคนที่เข้ามาห้าม
หน้าตาเธอก็สวยไม่น้อยใบหน้าก็ดูคล้ายอีกคน แต่ดูสวยคมมากกว่าเพราะคางที่เรียวได้รูปของเธอ
และตัวเธอนั้นสูงเท่ากับผมพอดีถ้าดูจากสายตานะครับ
ทั้งสองดูตกตลึงไม่น้อยที่เห็นและรู้ว่าผมเป็นหลานปู่เหมือนกันคงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผมหรือพ่อมากนัก
จึงยืนตัวแข็งไม่กระดุกระดิก
“ทำความรู้จักกันไว้ก่อนก็ดี อีกไม่นานภูผาจะย้ายไปอยู่กับพวกเรา”
“ผมว่าพวกเราได้ทักทายกันนิดหน่อยแล้วละครับ
...อ้อจริงสิ...ปู่แล้วพ่อไปไหนละ”
“เอ่อ...พ่อเค้าคงจะกลับมาพรุ่งนี้นะ”
“โถ่......งันปู่มานี่หน่อยมีอะไรจะปรึกษา”
“ฮ้า...หลานเนี้ยนะ ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนใจไม่ไปแล้วนะ ไม่ได้นา
ปู่ไม่ยอมหรอกนา”
“มานี่ก่อน”
ผมเดินมาหลังบ้านเพื่อหาที่เงียบๆคุ้ยกับปู่เรื่องของผม แล้วทิ้งสองคนนั้นไว้หน้าบ้าน
เมื่อมาถึงที่ที่คิดว่าไม่มีใครได้ยินแล้วจึงเล่าเรื่องปู่ให้ฟัง
“ปู่
คือเรื่องมันเป็นแบบนี้นะ.....”ผมเล่าเรื่องที่ไปบ้านเอื้องฟ้าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
แล้วพี่มะลิก็รู้เรื่องทั้งหมดจึงโกรธผมมากและยิ่งไปกว่านั้นผมกลัวว่าพี่มะลิจะไปจากผมแต่ก็ไม่ลืมเล่าเรื่องในฟันตอนผมสลบไปหลังจากหลั่งออกมา
“หลานเนี้ยนะ ยังกล้าไปทำเรื่องกามมาอีกทั้งที่ตอนทำกับมะลิก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้วแท้ๆ
ถ้าเกิดตายขึ้นมาปู่จะอยู่ยังไง”
“อืม...ปู่พูดเหมือนรักผมมากเลยนะครับ ทั้งที่พึงเคยเจอกันแท้ๆ”
“ทำไมหลานถึงถามแบบนั้น รู้มั้ยจากวันที่พ่อหลานพาหลานจากมา
ไม่มีวันไหนที่ปู่ไม่คิดถึงหลาน ทุกๆวันปู่เฝ้าคอยให้มีวันนี้
แต่พ่อหลานยังไม่ยอมกลับไปกับปู่อีก ยังดีที่หลานยอมทำตามที่พ่อหลานขอไม่งั้นปู่คงต้องอยู่กับความเสียใจไปตลอดชีวิต”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าทำเอาผมรับรู้ถึงความเจ็บปวดของปู่กับเวลาที่ผ่านมาได้
“ผมขอโทษที่ถามแบบนั้น แต่ปู่ช่วยผมหาทางพูดกับพี่มะลิที”
“เรื่องของมะลิเดียวปู่จะพูดให้ แต่ต้องแรกกับให้หลานไปอยู่กับปู่เร็วกว่าเดิม
เอาเป็นพรุ่งนี้เลยแล้วกัน”
“ห๊ะ พรุ่งนี้เลยหรอแต่ว่า...”
“หลานเป็นห่วงเรื่องของเด็กที่ชื่อเอื้องฟ้าใช่ไหม
ปู่เข้าใจแต่ความรักนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะทางหลอกนะ”
“แต่มันก็มีส่วนทำให้ความรักเปลี่ยนไป”
“แต่ถ้าช้ากว่านี้ จะยิ่งเสียใจมากตอนต้องจากกัน
อีกอย่างหลานยังสามารถติดต่อกันได้ทุกวันนิและยังมาหากันได้อีก ในตอนที่ว่างละนะ”
“.....”
“เอาตามนี้แล้วกัน ส่งสร้อยวารีมาสิเดียวปู่จะคุยกับมะลิให้”
ผมหาสิ่งใดมาโต้เถียงกับปู่ไม่ได้
เมื่อในที่สุดผมก็ต้องจากเอื้องฟ้าอยู่ดี สู่ทำให้ทุกอย่างดีที่สุดเพื่อให้เอื้องฟ้าหรือผมเสียใจน้อยที่สุด
แล้วพอใกล้ค่ำผมก็อาบน้ำและทำอาหารให้ปู่กินกันส่วนสองพี่น้องนั้นเข้ามาขอโทษผมแล้วขอตัวกลับไปรอปู่ในเมืองจนกว่าจะกลับพร้อมกัน
ในใจผมตอนนี้มีแต่เรื่องพี่มะลิกับเอื้องฟ้าไม่รู้ว่าต้องทำอะไรก่อนแต่ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อยที่ปู่สัญญาว่าจะช่วยคุยกับพี่มะลิให้
และเป็นที่น่าแปลกใจหลังจากที่ปู่ยื่นสร้อยวารีให้ผมแล้วบอกให้ผมเดินเข้าไปคุยกับพี่มะลิในห้องนอนหลังจากที่เข้ามาในห้องนอนแล้วกลับได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของพี่มะลิแม้มันจะเป็นรอยยิ้มจางๆก็ตามที
ตอนที่ 5 "ทำสัญญา"
เมื่อเข้าห้องเรียนมาสิ่งแรกที่ได้เจอคือการทักทายจากนางฟ้าแสนสวยที่เดินเข้ามาหาแล้วทักขึ้นก่อน
“ภูผา วันนี้ทำไมมาช้าจัง”
เอื้องฟ้าพูดพร้อมกับเอื้อมมือ
มาจับมือของผมไว้แล้วเดินไปที่โต๊ะของเราที่นั่งคู่กัน ทำเอาทุกคนในห้องมองมาด้วยความตะลึงคนที่เห็นก็สะกิดเพื่อนข้างๆที่มัวทำอย่างอื่นอยู่ให้หันมามอง
สายตาที่มองมาจากความตะลึงกลายเป็นสายตาที่ผสมไปด้วยความอิจฉาอาจถึงขั้นอาฆาตเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจคนอื่นเลยได้แค่แปลกใจกับการกระทำที่เปลี่ยนไป
“แปลกจัง เอื้องฟ้าไม่สบายหรือป่าววันนี้ทำตัวแปลกๆ
ทุกทีไม่เห็นเดินมาทักก่อนนิ”
“จะว่าเค้าหยิ่งเหรอ”ทำหน้าป่อง เหมือนจะสื่อว่าโกรธ แต่ก็ยังดูร่าเริงผิดกว่าทุกวัน
“ป๊าว ......”
อารมณ์ไหนกันเนี้ย ไม่เข้าใจจริงๆ แต่ว่าตั้งแต่เดินมาที่โต๊ะละยังไม่ปล่อยมือเลย
“นี้”
“ฮืม”
“ปล่อยมือได้ยัง”
“อุ้ย”เอื้องฟ้าหน้าแดงแจ๊เลย รีบหันหน้าไปทางอื่นทันที
ผมเริ่มเดาเอาเองแล้วสิว่าเอื้องฟ้าเริ่มจะชอบผมขึ้นมา
หรืออาจเป็นว่าผมเองที่ชอบเธอ เลยคิดไปคนเดียวก็ได้แหมก็หน้าตาอย่างผม
ดอกฟ้าที่ไหนจะโน้มกิ่งลงมาหา ทั้งหมดเป็นเพราะตัวผมคิดมากไปเอง
แน่นอนมันต้องเป็นแบบนั้นชัว แต่ผมไม่ควรปล่อยให้ทุกอย่างมันบานปลายไปมากกว่านี้
ไม่ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบไหน อีกไม่กี่วันผมก็ต้องย้ายไปอยู่กับปู่แล้ว ซึ่งเรื่องความรู้สึกมันคงทำให้แย่ยิ่งกว่าเดิม
“เอ่อ
จริงสิเรามีเรื่องจะบอกเอื้องฟ้า”
“ฮา อะ อะไรเหรอ”เอื้องฟ้าหันมามองหน้าผมทันที่
ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ เหมือนคนที่ใกล้จะได้อะไรบางอย่างที่ตัวเองคาดหวัง
“คือเราต้องย้ายไปอยู่กับปู่ที่ต่างจังหวัดอาทิตย์หน้า”
และแล้วใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ของนางฟ้าก็หยุดลงแล้วค่อยๆกลายเป็นใบหน้าที่เศร้าหมอง จนทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวด
เมื่อคิดว่าได้พูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอต้องเสียใจไป ตัวผมอยากจะใช้มีดแทงตัวตายชดใช้ความผิดนั้นเพื่อบางทีเธอจะได้เลิกทำหน้าเศร้าแบบนี้
“เอื้องฟ้าทำไม ทำหน้าแบบนั้นละ....”
ไม่มีคำตอบใดจากปากเอื้องฟ้า
มีเพียงแค่ว่าจู่ๆเธอก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปนอกห้อง
ทำเอาผมทำอะไรไม่ถูกเลยแล้วอาจารย์ก็เข้ามาสอน สรุปแล้วคาบแรกเอื้องฟ้าไม่มาเรียน
พอเข้าคาบสองเธอก็เดินมานั่งที่โต๊ะ แต่ไม่ยอมพูดกับผมและไม่มองหน้าด้วย ผมก็
อั้มๆอึ่งๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปจนหมดคาบเช้าพอพักเที่ยงผมก็รีบปรึกษาเพื่อนรักทั้งสองทันที
“เค้าเป็นอะไรของเค้าว่ะ
กูไปทำอะไรผิดเหรอวะจู่ก็เปลี่ยนไปขนาดนั้น”
หลังจากที่ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนทั้งสองฟังก็ถามข้อข้องใจที่เก็บไว้ตลอดตอนเช้า
พวกมันมองหน้ากันแล้วส่ายหน้า
“อะไรว่ะ มีอะไรก็บอกกันหน่อยดิโว้ย ทำแบบนนี้กูจะรู้ได้ไง”
“ใจเย็นๆสิว่ะ พวกกูกำลังจะบอกนี้ไง”ไอ้บาสเอ่ยขึ้น
ตั้งแต่เกิดเรื่องพลังเวทย์เกินขีดจำกัดทำให้ผมเหมือนรู้สึกอารมณ์ผิดปกติยังไงก็ไม่รู้
“คือยังงี้ สำหรับกูนะ กูคิดว่า อาการของเอื้องฟ้า
เหมือนกำลังตกหลุมรัก”ไอ้บามตอบออกมาแล้วไอ้บาสก็พยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ ที่ว่ากูจะย้ายปะ ไป........”
“เอ่อมึงรู้แล้วใช่มั้ย ว่าเอื้องฟ้าเค้าตกหลุมรักใคร”
ผมไม่พูดแต่ใช้มือชี้มาที่ตัวเอง โดยสีหน้าที่ตกตลึงแบบสุดๆ
“เฮ้ยยย
กูละเสียดายแทนมึงจริงๆ ได้ดอกฟ้ามาหลงรักทั้งทีแต่กลับต้องไปอยู่กับปู่เสียนี้”
“กูจะทำไงดีว่ะ”
พวกมันส่ายหน้า หลังจากที่พยายามหาวิธีที่จะแก้ปัญหา
ที่ยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าปัญหานั้นคืออะไรกันแน่
แล้วเวลาเรียนตอนบ่ายก็มาถึงเมื่อมีโอกาสได้ใกล้กับเอื้องฟ้า ผมก็พยายามชวนเธอพูดทุกอย่างแต่ก็ไม่เป็นผล
เธอยังเงียบและทำเหมือนว่าผมไม่อยู่ตรงนั้นจนผมเริ่มท้อใจเมื่อเสียงออดเวลาเรียนคาบสุดท้ายดังขึ้น
เอื้องฟ้าเก็บหนังสือเรียนเข้ากระเป๋าเสร็จก็ลุกจากโต๊ะทันที
“เดียวสิเอื้องฟ้า เอื้องฟ้ายังไม่ได้พูดอะไรกับเราเลย โกรธเราเรื่องอะไรเหรอบอกเราหน่อยได้มั้ย
ไม่ว่าจะให้เราทำอะไรเรายอมทำทุกอย่างขอแค่อย่าโกษเรา ”
เอื้องฟ้าหันมามองผมทันทีแล้วเอ่ยปากออกมาทันทีแต่สีหน้ายังดูเศร้าแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆช้าๆที่ทำเอาน้ำตาผมเกือบไหล
“งันก็อย่าไปสิ..... อยู่ที่นี้ อย่าไปไหน
.......ได้ไหม้แค้นี้ถ้าภูผาทำได้เราจะยอมทำทุกอย่าให้ภูผา”
“เราเองก็ไม่อยากไป แต่เราไม่อาจทำให้พ่อต้องเสียใจ ไม่อาจทำให้ปู่ที่ตามหาพวกเรามาสิบสี่ปี่ต้องผิดหวัง
แค่เรื่องนี้ที่เราทำให้ไม่ได้จริงๆ”
น้ำตาใส่ๆของเอื้องฟ้าไหลออกจากดวงตา
แล้วเธอก็ทำให้ผมต้องตกใจเมื่อจู่ๆเธอก็พุ่งตัวเข้ามากอดผมไว้แล้วร้องไห้ออกมา
พอผมตั้งสติได้ก็ทำได้เพียงลูบหัวเธอเบาๆโดยไม่อาจหาคำพูดใดมาปลอบใจได้
“เราไม่อยากให้ภูผาไป
ระเราชอบภูผานะ ระเราหมายถึง รัก เรารักภูผา.....”
“เราก็รักเอื้องฟ้า แต่เราก็ต้องไป เข้าใจเราได้ไม”
แม้การบอกรักเอื้องฟ้าจะเป็นการผิดต่อพี่มะลิแต่ตอนนี้คงไม่มีทางอื่นเพราะใจมันอ่อนระทวยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเอื้องฟ้า
เอื้องฟ้าไม่ตอบคำถามผมเพียงแต่หยุดกอดแล้วดึงมือผมออกจากห้องไป
เธอพาผมเดินไปที่ไหนผมเองก็ไม่ได้เอยปากถามอะไรจนมาถึงหน้าประตูโรงเรียน
เธอจึงหันมาพูดกับผม
“ไปส่งเราที่บ้านได้มั้ย”
“ได้สิ แค่เอื้องฟ้าไม่ร้องไห้ก็พอ”
เธอหยุดร้องไห้ตั้งแต่เดินออกจากห้องมา
แล้วตอนนี้เธอก็กำลังซ้อนหลังจักรยานของเธอที่จะปั่นมากับพี่สาวทุกวัน ในตอนนี้ผมกับเธอไม่ได้พูดอะไรกับเอื้องฟ้าเพียงแค่กอดผมไว้แค่นั้นก็ทำให้ผมมีความสุขจนตัวแทบรอยแล้ว
แต่พอได้สักพักอารมณ์ก็เปลี่ยนไป
ท่อนเอ็นของผมเกิดแข็งตัวขึ้นมาก็เพราะหน้าอกนิ้มๆที่แนบชิดกับหลังของผมนี้สิเป็นตัวปัญหาให้ผมเกิดอารมณ์หืนจนปวดท่อนเนื้อไปหมด
สมองก็เริ่มคิดเรื่องที่ว่าตอนนี้บ้านเธอไม่มีใครถ้าเธอชวนเข้าบ้านก็เป็นโอกาสปลดปล่อยพลังหนุ่มของผมแล้ว
“ว่ะ
เกือบตายแท้ยังจะมาคิดอีก”
“หืม ภูผาพูดอะไรนะ”
“อะ อ้อ ป่าวเราบอกว่าถึงบ้านเอื้องฟ้าแล้ว”
สมองกับปากดันไปพร้อมกันสะได้
แต่ก็เกิดเรื่องที่ทำให้หนักใจขึ้นมาก็เอื้องฟ้าสิดันชวนเข้าไปข้างในบ้านจริงๆเหมือนที่คิดไว้
แต่ผมคงไม่ทำเหมือนที่คิดหลอกเพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องจากกันแล้วหากเกิดเรื่องนั้นขึ้นมาจะเป็นการทำให้เสียใจเสียป่าวๆ
เมื่อเข้ามาในบ้านเอื้องฟ้าก็ให้นั่งที่ห้องรับแขกที่ใหญ่และเต็มไปด้วยเฟอนิเจอราคาเกือบหมื่น
ทำเอาผมเก้ๆกังๆทำอะไรไม่ถูกจนเอื้องฟ้าหัวเราะกับการกระทำของผม
“ไม่ต้องเกรงใจหลอกจ๊ะ คิดว่าเป็นบ้านตัวเองก็พอ”
“แหม ให้คิดไงก็คงคิดไม่ได้หลอก
ต่างกันยังฟ้ากับเหว”
“ภูผาไม่ชอบเหรอ”เอื้องฟ้าถามออกมาโดยน้ำเสียงเสียใจนิดๆ
“ชอบสิชอบมากๆเลย แค่บ้านเราไม่สวยเท่านี้เอง”
“งั้นก็มาบ่อยๆสิ เดี๋ยวเราเอาขนมมาให้นะ แล้วขอตัวขึ้นไปอาบน้ำแป๊บหนึ่งนะรอเดียว”
เอื้องฟ้าพูดเสร็จก็เข้าไปในครัวหยิบคุกกี้ใส่จานแล้วเอามาให้ผมจากนั้นก็ขึ้นไปชั้นบน
ผมไม่รู้จะทำอะไรดี ความจริงก็อยากพูดคุยกับเธอให้มากกว่า ใช้เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันนี้สร้างความทรงจำอันแสนสุขกับเอื้องฟ้าแต่แบบไหนดี
ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน
แล้วเสียงเอื้องฟ้าก็ดังขึ้นจากชั้นสองปลุกผมจากความคิดเหล่านั้น
“ภูผา ๆ ขึ้นมาหาเราหน่อย”
มีเสียงเรียกมาแค่ครั้งเดียวแต่ชัดเจนผมจึงเดินขึ้นไป แต่ข้างบนมีประตูอยู่ด้วยกันสามห้องแต่ละห้องดูเหมือนจะกว้างไม่ใช่น้อย
ผมเรียกเอื้องฟ้าเพื่อหาว่าเธออยู่ห้องไหนแล้วเสียงเอื้องฟ้าตอบรับออกมาจากประตูสีชมพูลายดอกไม้
เมื่อผมเปิดประตูเข้าไป
ก็ต้องยืนตัวแข็งทันทีเมื่อภาพที่ปรากฏคือทั้งตัวเอื้องฟ้ามีผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียว
ทำให้เห็นหน้าอกส่วนบนที่ทั้งอวบและขาวจนเห็นลอยเส้นเลือดถูกรัดแน่นไว้
ด่านล้างนั้นก็เห็นต้นขาที่ขาวดุดมุกถ้าหากเอาผ้าเช็คตัวขึ้นอีกสักสามนิ้วคงได้เห็นล่องสามเหลื่อมแน่
“ม มี อะไรเหรอ”กว่าจะพูดออกมาได้ก็ผ่านไปแป๊บหนึ่งแล้ว
“ปิดประตูก่อนสิ”คำพูดของเอื้องฟ้าเหมือนส่งมายังสมองของผมโดยตรง
มือผมที่จับลูกบิดค้างไว้ตั้งแต่ตอนเปิดเข้ามารีบดึงบานประตูปิดทันที
ส่วนสายตาก็จับจ่องไปที่ร่างกายของเอื้องฟ้า
“นี้ภูผาต้องไปอยู่กับปู่จริงๆเหรอ”
“ทำไมจู่ๆถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาละ”
“ตอบเรามาหน่อยสิ ไม่มีทางอื่นที่จะอยู่ที่นี้ต่ออีกแล้วเหรอ”
“เราต้องไป......เราจำเป็นต้องไปจริงๆ”
“ถ้าอย่างงันสัญญากับเราได้มั้ย ว่าจะไม่ลืมเอื้องฟ้าคนนี้”
“เราสัญญา ต่อให้นานแค่ไหน ต่อให้พบเจอใครอีกสักกี่ล้านคน
เราจะไม่มีทางลืมเอื้องฟ้าแน่นอน เราสัญญา”
“เราไม่เชื่อ”เธอโผลเข้ามากอดผมไว้ทำเอาใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเต้นแรงเข้าไปอีก
“ถ้าวันหนึ่งภูผา เจอคนที่สวยกว่าเรายังไงก็ลืมเราอยู่ดี”
“ไม่หรอก เราไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย”ผมกอดตอบเอื้องฟ้า
ที่ตอนนี้ซบหน้ากับไหล่ของผม
“ถ้างั้นเรามาทำสัญญากันนะ สัญญาที่เราจะไม่มีวันลืม”เธอเงยหน้าขึ้นมามองตาผม
ในขณะที่เรายังกอดกันอยู่ ช่างเป็นสถานการณ์ที่ทำให้หัวใจของผมอ่อน ปวบเปียบเสียจริง
“ได้สิจะให้เราทำอะไรขอแค่เอื้องฟ้าบอกมา เรายอมทำทุกอย่าง”
เอื้องฟ้าซบลงมาที่อกผมอีกครั้ง
แล้วพูดด้วยเสียงที่สั่นจนฟังแถบไม่รู้เรื่อง
“ร ระ เราจะใช่ คะความบะ บริสุทธิ์ พะเพื่อทำสัญญา”เหมือนสมองทำงานช้ากว่าปกติหลายเท่า
กว่าจะแปลข้อความทั้งหมดได้ก็กินเวลาไปพักใหญ่
“ฮ่ะ อะไรนะ”ผมถามออกไปเพื่อความแน่ใจว่าฟังไม่ผิด
แล้วเอื้องฟ้าก็ให้คำตอบด้วยเสียงที่มั่นใจต่างจากตอนแรกอย่างริบรับ
“เราหมายความว่า เราจะให้ความบริสุทธิ์ของเรา กะ กับภูผา...”
แม้จะอยากถามให้เอื้องฟ้าได้แน่นใจอีกสักครั้ง
แต่เมื่อเธอพูดจบก็เงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวและมั่นใจ
เหมือนกับนี้เป็นเรื่องที่เธอมั่นใจมากที่สุดในชีวิต
“เรารักเอื้องฟ้านะ”
และแล้วผมก็ไม่อาจหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป
ลืมสิ้นทุกเหตุผมที่จะกลายมาเป็นความเสียใจ ลืมมันไปเสียทุกอย่างถึงสิ่งที่ไม่ควร
แล้วก้มตัวลงไปจูบปากของเธอในอ้อมกอดของเราที่แสนอบอุ่น
แล้วลมหายใจของเราก็ค่อยๆเริ่มเร็วแรงขึ้นมือทั้งสองของผมค่อยถอนเสื้อผ้าตัวเองจนหมด
จากนั้นก็อุ้มเอื้องฟ้าไปนอนที่เตียงแล้วดึงผ้าเช็ดตัวออกเผยให้เห็นร่างที่ขาวดังไข่มุก
หน้าอกที่อวบโตเกินวัยและขนอ่อนตรงเนินสวาทที่ยาวเพียงแค่หนึ่งข้อนิ้ว
“ว๊ายยยย”
เอื้องฟ้าร้องออกมาเมื่อสายตามองมาเจอท่อนเนื้อประจำกายที่ยาวหกนิ้วครึ่งและใหญ่จนมือกำไม่รอบ
หน้าเธอแดงกล่ำไม่รู้ว่าอายที่เห็นของผมหรือที่ผมเห็นของเธอ
แต่ตอนนี้เรื่องอายไม่สำคัญที่สำคัญตอนนี้คือการทำสัญญาของเราสองคน ผมจึงเริ่มจากจูบเธออีกครั้งคราวนี้รดจูบของเราสองคนนั้นช่างหอมหวานและร้องแรง
หัวใจที่เต้นเร็วแรงของเราสองคนเหมือนรวมกันเป็นหนึ่ง
ร่างกายที่แสนนุ่มของเอื้องฟ้าถูกทับด้วยร่างที่หยาบแข็งของผม
แล้วท่อนเอ็นที่ร้อนและแข็งก็ทาบทับลงไปที่ท้องอันขาวเนียนของเธอ
ส่วนมือทั้งสองของผมกำลงไปที่หน้าอกของเธอแล้วบีบนวดสัมผัสถึงความอ่อนนุ่มของเต้าเธอแล้วผมก็ถอนปากออกจากปากของเอื้องฟ้าดูเหมือนเธอไม่อยากหยุดจูบเลยยกปากขึ้นตาม
แต่ผมอยากจะลิ้มลองนมทั้งสองของเธอมากกว่าจึงเลื่อนตัวลงมาให้หัวตรงกับหน้าอกของเธอแล้วทำการเลียกับดูดจนเอื้องฟ้าร้องคางออกมา
“อ้า ซี๊ดดด อืมมม อ้า”
มือข้างหนึ่งของผมล้วงลงไปที่เนินสาวของเธอสำรวจทุกซอกของกรีบสาวที่กำลังขับน้ำหล่อลื่นออกมา
ผมใช่นิ้วกลางสำรวจตรงปากร่องเสียวของเอื้องฟ้า
พบว่ามันยังปิดสนิทแม้แต่ปลายนิ้วยังดูเหมือนจะใหญ่เกินไปด้วยซ้ำ
แต่ยังไงวันนี้ร่องเสียวของเอื้องฟ้าต้องเปิดรับสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วหลายเท่าตัว
เมื่อคิดแบบนั้นผมจึงก้มตัวลงไปให้หัวอยู่ตรงหว่างขาของเธอ
“ว้ายยย จะทำอะไร”
“เปลี่ยนใจแล้วเหรอ”
“ป่าวแต่ว่ามัน ส อุ้ย.....ซี๊ดด”
ผมไม่ฟังต่อลงลิ้นเลียกีบสาวของเอื้องฟ้าทันทีทำให้เธอหยุดพูดไปแล้วเป็นเป็นเสียงซูดปากเหมือนกำลังเผ็ด
ตอนนี้ลิ้นของผมกำลังผ่านรูสาวของเอื้องฟ้าเข้าไป
ข้างในรูสาวของเธอนั้นตลอดลิ้นของผมใหญ่เลยเสียงคางจากปากเธอดังไปทั่วห้องนอน
เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของเอื้องฟ้ากำลังร้อนแรงผมจึงใช้นิ้วกลางดันเข้ารูเสียวไปก่อนข้างในนั้นยิ่งตอดนิ้วผมใหญ่เลยแต่มันดันเข้าไปยากมากแถมเอื้องฟ้ายังบอกเจ็บอีก
เมื่อแทงนิ้วเข้าไปจนสุดผมแช่นิ้วไว้พอผ่านไปได้สักพักผมจึงค่อยๆขยับนิ้วเข้าออกจากช้าๆเป็นไวขึ้นทีละนิดจนในที่สุดผมก็ซอยนิ้วถี่ยิบ
ทำให้เอื้องฟ้าร้องไม่เป็นภาษาเลย แล้วในที่สุดเธอก็ร้องกรีดออกมา แล้วก็กะตุกอย่างแรง
นี้คงเป็นการเสร็จครั้งแรกของเธอ
“อ้า”
ผมปล่อยให้เธอหายใจช้าลงสักพัก
จึงกลับไปเลียกลีบสาวใหม่อีกทีจนเสียงคางของเธอเริ่มดังไปทั่วห้องอีกครั้ง
เมื่อน้ำหล่อลื่นไหลออกมาเต็มช่องเสียวผมจึงเลื่อนตัวขึ้นเอาแท่งเอ็นของผมไปจอที่รูเสียวของเธอ
“ฮา ภูผาจะจะเอามันเข้ามาเหรอออ”
“ก็ใช่นะสิ”
“ต้องเอาเข้ามาจริงๆเหรอ ระ เราว่ามันเข้ามา มะ ไม่ได้หลอก”
“ถ้าไม่เอาเข้าไป ที่เอื้องฟ้าบอกว่าจะให้ความ บริสุทธิ์เรามันก็ไม่เป็นจริงนะสิ
แต่ถ้าเอื้องฟ้ากลัวเราจะหยุดนะ”
“ไม่ทำต่อเลย เราตัดสินใจแล้ว เรารักภูผา”เสียงของเธอหนักแน่น บอกให้รู้ถึงความมั่นใจ
ผมก้มลงไปจูบเอื้องฟ้าที่ปากหนึ่งที ส่วนมือผมก็จับท่อนเนื้อถูไปบนกลีบเสียวของเธอ
“เราก็รักเอื้องฟ้า”
เมื่อท่อนเอ็นชุ่มไปโดยน้ำหล่อลื่น ผมจึงค่อยกดหัวบานเข้าไปแต่เข้าไปได้แค่ปลายหัวถอกเอื้องฟ้าก็ร้องรั้นห้องว่าเจ็บ
ผมจึงก้มลงไปดูนมเธอทั้งสองข้างส่วนเอวก็ซอยยิกๆเพื่อให้เธอเสียวที่กลีบสาวและค่อยๆกดแท่งเอ็นเข้าไป
วิธีนี้ทำให้เอื้องฟ้าเจ็บน้อยที่สุดในขณะที่ท่อนเอ็นก็ค่อยๆเข้าไปในรูเสียวของเธอแต่เมื่อปลายหัวบานเข้าไปได้ก็เหมือนกับมีอะไรบางอย่างขวางทางอยู่ผมจึงดึงปลายที่พึงเข้าไปได้ออกมาครึ่งหนึ่ง
เอื้องฟ้ารีบยกก้นตามมาเหมือนกับรูเสียวเธอถูกดูดติดกับปลายท่อนเอ็นของผมและเมื่อจังหวะที่ก้นเอื้องฟ้าลอยขึ้น
ผมก็สวนกับไปอย่างแรงจนทำให้ท่อนเนื้อทะรุสิ่งที่เคยขวางกั้นนั้นผังทะลายลง
“โอ้ยยยยยย.....”
เอื้องฟ้ากรีดเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพร้อมเล็บมือที่จิกลงมายังบนแผ่นหลังของผม
ผมหยุดแรงกดแล้วหันมาดูดนมบีบเต้าบ้างส่วนอีกมือก็ล่วงไปเขี่ยติ่งเสียวเธอเบาๆ
สักพักเสียงซูดปากก็ลอดออกมาจากฟันที่คบแน่นของเธอน้ำตาใสๆไหลออกจากหางตาคงจะเจ็บไม่น้อย
“อยากหยุดมั้ย”
เธอไม่พูดแค่ส่ายหน้าอย่างแรง
ผมจึงค่อยๆโยกเข้าออกช้าๆไม่กดเข้าไปลึกมากแค่ซอยถี่ๆอยู่ที่เดิมพอเอื้องฟ้าส่งเสียงคางออกมา
“อืม อา ซี๊ดดด อ่ะ....”
พอเธอเริ่มเสียวคราวนี้ผมกดทีเดียวมิดด้ามเลย เธออ้าปากค้างทำตาโตเหมือนจะเป็นลมไปคราวนี้ผมหยุดค้างไว้ตรงนี้ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้กลัวว่าเธอจะเป็นลมไป
แต่พายในของเธอนั้นตอดเอ็นของผมจนเสียวแถบแตกออกมา พอเธอหายใจได้คล่องอีกครั้งผมก็ก้มลงไปแรกลิ้นกับเธอ
มือทั้งสองก็บีบนวดหน้าอกของเธอไปสักพัก
จากนั้นก็ค่อยๆดึงท่อนเนื้อที่เสียบจนมิดด้ามออกช้าๆ และเหมือนว่าท่อนเอ็นของผมถูกรูของเอื้องฟ้าดูดไว้ทำให้เธอยกก้นลอยขึ้นตาม
เมื่อท่อนเอ็นออกมาได้ครึ่งลำผมก็แทงกลับเข้าไปใหม่อย่างช้าๆ ทำแบบนี้ไปสักพัก
สะโพกของเอื้องฟ้าเหมือนจะรู้งานขึ้นเริ่มยกสวนกับ
“อู้ยยย สะ เสียว จัง”
เมื่อได้ยินเสียงเอื้องฟ้าพูดแบบนั้นผมก็เริ่มเร่งจังหวะให้ไวขึ้น
จนตอนนี้เกิดเสียงดัง พับๆๆๆ จากนั้นได้อีกไม่นานผมก็หยุด
เพื่อจับเธอโค้งตูดหันหลังในท่าหมา
จากนั้นก็จับท่อนเอ็นยัดเข้าไปแล้วซอยถี่ยิบได้ไม่นานเอื้องฟ้าก็ตัวกระตุก
กรี๊ดเสียงออกมา
“โอ้ยยยย กรี๊ดดดดด”
ผมปล่อยให้เธอหยุดหายใจสักพักเพราะเหมือนว่าเธอกำลังจะหมดสติไป
ระหว่างนั้นรูเสียวของเธอก็ตอดท่อนเอ็นของผมอย่างไม่หยุดจนผมทนความเสียวไม่ได้
ต้องจับเธอพลิกมาอยู่ในท่ามาตรฐานแล้วก้มลงไปดูดเลียหัวนมในขณะที่เริ่มโยกเอวอีกครั้ง
เหมือนว่าเธอจะรู้ชะตากรรมของตัวเองพยายามยกมือที่แทบไม่เหลือเร็วแรงมาแตะที่ไหลของผม
บอกตามตรงทั้งท่าทีและหน้าตาที่อ่อนแรงของเอื้องฟ้าทำให้ผมมีอารมณ์มากจนกลายเป็นว่าผมซอยในท่านี้ถี่ยิบจนเอื้องฟ้าทำได้แค่อ้าปากร้องควรคางอย่างเดียว
“อ่ะ อ้า โอ้ยยย ซี๊ดดด จะ จะ ออก อ้า อีกแล๊ว กรี๊ดดดดด”
“ออกแล้ว ออกแล้ว ซี๊ดดดด”
ผมเองก็มาถึงจุดสุดยอดแล้ว ซอยอีกไม่กี่ทีก็ต้องเกร็งตัวปล่อยน้ำอสุจิเข้าไปในร่องสาวแรกแย้มของเธอทำเอาเอื้องฟ้ากอดผมแน่น
ขาทั้งสองเกี่ยวรัดเอวผมไว้เหมือนกับกลัวว่าผมจะถอนท่อนเอ็นออก
แต่ความสุขที่พวยพุ่งออกมาของผมกับนำพาความมืดมิดมาสู่สติทั้งหมด
ความมืดที่เย็นยะเยือก เป็นบางสิ่งที่รับรู้ได้ด้วยสัญชาติญาณ ว่านั้นคือรู้สึกของ
ความตาย....
เมื่อเข้าห้องเรียนมาสิ่งแรกที่ได้เจอคือการทักทายจากนางฟ้าแสนสวยที่เดินเข้ามาหาแล้วทักขึ้นก่อน
“ภูผา วันนี้ทำไมมาช้าจัง”
เอื้องฟ้าพูดพร้อมกับเอื้อมมือ
มาจับมือของผมไว้แล้วเดินไปที่โต๊ะของเราที่นั่งคู่กัน ทำเอาทุกคนในห้องมองมาด้วยความตะลึงคนที่เห็นก็สะกิดเพื่อนข้างๆที่มัวทำอย่างอื่นอยู่ให้หันมามอง
สายตาที่มองมาจากความตะลึงกลายเป็นสายตาที่ผสมไปด้วยความอิจฉาอาจถึงขั้นอาฆาตเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจคนอื่นเลยได้แค่แปลกใจกับการกระทำที่เปลี่ยนไป
“แปลกจัง เอื้องฟ้าไม่สบายหรือป่าววันนี้ทำตัวแปลกๆ
ทุกทีไม่เห็นเดินมาทักก่อนนิ”
“จะว่าเค้าหยิ่งเหรอ”ทำหน้าป่อง เหมือนจะสื่อว่าโกรธ แต่ก็ยังดูร่าเริงผิดกว่าทุกวัน
“ป๊าว ......”
อารมณ์ไหนกันเนี้ย ไม่เข้าใจจริงๆ แต่ว่าตั้งแต่เดินมาที่โต๊ะละยังไม่ปล่อยมือเลย
“นี้”
“ฮืม”
“ปล่อยมือได้ยัง”
“อุ้ย”เอื้องฟ้าหน้าแดงแจ๊เลย รีบหันหน้าไปทางอื่นทันที
ผมเริ่มเดาเอาเองแล้วสิว่าเอื้องฟ้าเริ่มจะชอบผมขึ้นมา
หรืออาจเป็นว่าผมเองที่ชอบเธอ เลยคิดไปคนเดียวก็ได้แหมก็หน้าตาอย่างผม
ดอกฟ้าที่ไหนจะโน้มกิ่งลงมาหา ทั้งหมดเป็นเพราะตัวผมคิดมากไปเอง
แน่นอนมันต้องเป็นแบบนั้นชัว แต่ผมไม่ควรปล่อยให้ทุกอย่างมันบานปลายไปมากกว่านี้
ไม่ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบไหน อีกไม่กี่วันผมก็ต้องย้ายไปอยู่กับปู่แล้ว ซึ่งเรื่องความรู้สึกมันคงทำให้แย่ยิ่งกว่าเดิม
“เอ่อ
จริงสิเรามีเรื่องจะบอกเอื้องฟ้า”
“ฮา อะ อะไรเหรอ”เอื้องฟ้าหันมามองหน้าผมทันที่
ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ เหมือนคนที่ใกล้จะได้อะไรบางอย่างที่ตัวเองคาดหวัง
“คือเราต้องย้ายไปอยู่กับปู่ที่ต่างจังหวัดอาทิตย์หน้า”
และแล้วใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ของนางฟ้าก็หยุดลงแล้วค่อยๆกลายเป็นใบหน้าที่เศร้าหมอง จนทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวด
เมื่อคิดว่าได้พูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอต้องเสียใจไป ตัวผมอยากจะใช้มีดแทงตัวตายชดใช้ความผิดนั้นเพื่อบางทีเธอจะได้เลิกทำหน้าเศร้าแบบนี้
“เอื้องฟ้าทำไม ทำหน้าแบบนั้นละ....”
ไม่มีคำตอบใดจากปากเอื้องฟ้า
มีเพียงแค่ว่าจู่ๆเธอก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปนอกห้อง
ทำเอาผมทำอะไรไม่ถูกเลยแล้วอาจารย์ก็เข้ามาสอน สรุปแล้วคาบแรกเอื้องฟ้าไม่มาเรียน
พอเข้าคาบสองเธอก็เดินมานั่งที่โต๊ะ แต่ไม่ยอมพูดกับผมและไม่มองหน้าด้วย ผมก็
อั้มๆอึ่งๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปจนหมดคาบเช้าพอพักเที่ยงผมก็รีบปรึกษาเพื่อนรักทั้งสองทันที
“เค้าเป็นอะไรของเค้าว่ะ
กูไปทำอะไรผิดเหรอวะจู่ก็เปลี่ยนไปขนาดนั้น”
หลังจากที่ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนทั้งสองฟังก็ถามข้อข้องใจที่เก็บไว้ตลอดตอนเช้า
พวกมันมองหน้ากันแล้วส่ายหน้า
“อะไรว่ะ มีอะไรก็บอกกันหน่อยดิโว้ย ทำแบบนนี้กูจะรู้ได้ไง”
“ใจเย็นๆสิว่ะ พวกกูกำลังจะบอกนี้ไง”ไอ้บาสเอ่ยขึ้น
ตั้งแต่เกิดเรื่องพลังเวทย์เกินขีดจำกัดทำให้ผมเหมือนรู้สึกอารมณ์ผิดปกติยังไงก็ไม่รู้
“คือยังงี้ สำหรับกูนะ กูคิดว่า อาการของเอื้องฟ้า
เหมือนกำลังตกหลุมรัก”ไอ้บามตอบออกมาแล้วไอ้บาสก็พยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ ที่ว่ากูจะย้ายปะ ไป........”
“เอ่อมึงรู้แล้วใช่มั้ย ว่าเอื้องฟ้าเค้าตกหลุมรักใคร”
ผมไม่พูดแต่ใช้มือชี้มาที่ตัวเอง โดยสีหน้าที่ตกตลึงแบบสุดๆ
“เฮ้ยยย
กูละเสียดายแทนมึงจริงๆ ได้ดอกฟ้ามาหลงรักทั้งทีแต่กลับต้องไปอยู่กับปู่เสียนี้”
“กูจะทำไงดีว่ะ”
พวกมันส่ายหน้า หลังจากที่พยายามหาวิธีที่จะแก้ปัญหา
ที่ยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าปัญหานั้นคืออะไรกันแน่
แล้วเวลาเรียนตอนบ่ายก็มาถึงเมื่อมีโอกาสได้ใกล้กับเอื้องฟ้า ผมก็พยายามชวนเธอพูดทุกอย่างแต่ก็ไม่เป็นผล
เธอยังเงียบและทำเหมือนว่าผมไม่อยู่ตรงนั้นจนผมเริ่มท้อใจเมื่อเสียงออดเวลาเรียนคาบสุดท้ายดังขึ้น
เอื้องฟ้าเก็บหนังสือเรียนเข้ากระเป๋าเสร็จก็ลุกจากโต๊ะทันที
“เดียวสิเอื้องฟ้า เอื้องฟ้ายังไม่ได้พูดอะไรกับเราเลย โกรธเราเรื่องอะไรเหรอบอกเราหน่อยได้มั้ย
ไม่ว่าจะให้เราทำอะไรเรายอมทำทุกอย่างขอแค่อย่าโกษเรา ”
เอื้องฟ้าหันมามองผมทันทีแล้วเอ่ยปากออกมาทันทีแต่สีหน้ายังดูเศร้าแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆช้าๆที่ทำเอาน้ำตาผมเกือบไหล
“งันก็อย่าไปสิ..... อยู่ที่นี้ อย่าไปไหน
.......ได้ไหม้แค้นี้ถ้าภูผาทำได้เราจะยอมทำทุกอย่าให้ภูผา”
“เราเองก็ไม่อยากไป แต่เราไม่อาจทำให้พ่อต้องเสียใจ ไม่อาจทำให้ปู่ที่ตามหาพวกเรามาสิบสี่ปี่ต้องผิดหวัง
แค่เรื่องนี้ที่เราทำให้ไม่ได้จริงๆ”
น้ำตาใส่ๆของเอื้องฟ้าไหลออกจากดวงตา
แล้วเธอก็ทำให้ผมต้องตกใจเมื่อจู่ๆเธอก็พุ่งตัวเข้ามากอดผมไว้แล้วร้องไห้ออกมา
พอผมตั้งสติได้ก็ทำได้เพียงลูบหัวเธอเบาๆโดยไม่อาจหาคำพูดใดมาปลอบใจได้
“เราไม่อยากให้ภูผาไป
ระเราชอบภูผานะ ระเราหมายถึง รัก เรารักภูผา.....”
“เราก็รักเอื้องฟ้า แต่เราก็ต้องไป เข้าใจเราได้ไม”
แม้การบอกรักเอื้องฟ้าจะเป็นการผิดต่อพี่มะลิแต่ตอนนี้คงไม่มีทางอื่นเพราะใจมันอ่อนระทวยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเอื้องฟ้า
เอื้องฟ้าไม่ตอบคำถามผมเพียงแต่หยุดกอดแล้วดึงมือผมออกจากห้องไป
เธอพาผมเดินไปที่ไหนผมเองก็ไม่ได้เอยปากถามอะไรจนมาถึงหน้าประตูโรงเรียน
เธอจึงหันมาพูดกับผม
“ไปส่งเราที่บ้านได้มั้ย”
“ได้สิ แค่เอื้องฟ้าไม่ร้องไห้ก็พอ”
เธอหยุดร้องไห้ตั้งแต่เดินออกจากห้องมา
แล้วตอนนี้เธอก็กำลังซ้อนหลังจักรยานของเธอที่จะปั่นมากับพี่สาวทุกวัน ในตอนนี้ผมกับเธอไม่ได้พูดอะไรกับเอื้องฟ้าเพียงแค่กอดผมไว้แค่นั้นก็ทำให้ผมมีความสุขจนตัวแทบรอยแล้ว
แต่พอได้สักพักอารมณ์ก็เปลี่ยนไป
ท่อนเอ็นของผมเกิดแข็งตัวขึ้นมาก็เพราะหน้าอกนิ้มๆที่แนบชิดกับหลังของผมนี้สิเป็นตัวปัญหาให้ผมเกิดอารมณ์หืนจนปวดท่อนเนื้อไปหมด
สมองก็เริ่มคิดเรื่องที่ว่าตอนนี้บ้านเธอไม่มีใครถ้าเธอชวนเข้าบ้านก็เป็นโอกาสปลดปล่อยพลังหนุ่มของผมแล้ว
“ว่ะ
เกือบตายแท้ยังจะมาคิดอีก”
“หืม ภูผาพูดอะไรนะ”
“อะ อ้อ ป่าวเราบอกว่าถึงบ้านเอื้องฟ้าแล้ว”
สมองกับปากดันไปพร้อมกันสะได้
แต่ก็เกิดเรื่องที่ทำให้หนักใจขึ้นมาก็เอื้องฟ้าสิดันชวนเข้าไปข้างในบ้านจริงๆเหมือนที่คิดไว้
แต่ผมคงไม่ทำเหมือนที่คิดหลอกเพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องจากกันแล้วหากเกิดเรื่องนั้นขึ้นมาจะเป็นการทำให้เสียใจเสียป่าวๆ
เมื่อเข้ามาในบ้านเอื้องฟ้าก็ให้นั่งที่ห้องรับแขกที่ใหญ่และเต็มไปด้วยเฟอนิเจอราคาเกือบหมื่น
ทำเอาผมเก้ๆกังๆทำอะไรไม่ถูกจนเอื้องฟ้าหัวเราะกับการกระทำของผม
“ไม่ต้องเกรงใจหลอกจ๊ะ คิดว่าเป็นบ้านตัวเองก็พอ”
“แหม ให้คิดไงก็คงคิดไม่ได้หลอก
ต่างกันยังฟ้ากับเหว”
“ภูผาไม่ชอบเหรอ”เอื้องฟ้าถามออกมาโดยน้ำเสียงเสียใจนิดๆ
“ชอบสิชอบมากๆเลย แค่บ้านเราไม่สวยเท่านี้เอง”
“งั้นก็มาบ่อยๆสิ เดี๋ยวเราเอาขนมมาให้นะ แล้วขอตัวขึ้นไปอาบน้ำแป๊บหนึ่งนะรอเดียว”
เอื้องฟ้าพูดเสร็จก็เข้าไปในครัวหยิบคุกกี้ใส่จานแล้วเอามาให้ผมจากนั้นก็ขึ้นไปชั้นบน
ผมไม่รู้จะทำอะไรดี ความจริงก็อยากพูดคุยกับเธอให้มากกว่า ใช้เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันนี้สร้างความทรงจำอันแสนสุขกับเอื้องฟ้าแต่แบบไหนดี
ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน
แล้วเสียงเอื้องฟ้าก็ดังขึ้นจากชั้นสองปลุกผมจากความคิดเหล่านั้น
“ภูผา ๆ ขึ้นมาหาเราหน่อย”
มีเสียงเรียกมาแค่ครั้งเดียวแต่ชัดเจนผมจึงเดินขึ้นไป แต่ข้างบนมีประตูอยู่ด้วยกันสามห้องแต่ละห้องดูเหมือนจะกว้างไม่ใช่น้อย
ผมเรียกเอื้องฟ้าเพื่อหาว่าเธออยู่ห้องไหนแล้วเสียงเอื้องฟ้าตอบรับออกมาจากประตูสีชมพูลายดอกไม้
เมื่อผมเปิดประตูเข้าไป
ก็ต้องยืนตัวแข็งทันทีเมื่อภาพที่ปรากฏคือทั้งตัวเอื้องฟ้ามีผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียว
ทำให้เห็นหน้าอกส่วนบนที่ทั้งอวบและขาวจนเห็นลอยเส้นเลือดถูกรัดแน่นไว้
ด่านล้างนั้นก็เห็นต้นขาที่ขาวดุดมุกถ้าหากเอาผ้าเช็คตัวขึ้นอีกสักสามนิ้วคงได้เห็นล่องสามเหลื่อมแน่
“ม มี อะไรเหรอ”กว่าจะพูดออกมาได้ก็ผ่านไปแป๊บหนึ่งแล้ว
“ปิดประตูก่อนสิ”คำพูดของเอื้องฟ้าเหมือนส่งมายังสมองของผมโดยตรง
มือผมที่จับลูกบิดค้างไว้ตั้งแต่ตอนเปิดเข้ามารีบดึงบานประตูปิดทันที
ส่วนสายตาก็จับจ่องไปที่ร่างกายของเอื้องฟ้า
“นี้ภูผาต้องไปอยู่กับปู่จริงๆเหรอ”
“ทำไมจู่ๆถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาละ”
“ตอบเรามาหน่อยสิ ไม่มีทางอื่นที่จะอยู่ที่นี้ต่ออีกแล้วเหรอ”
“เราต้องไป......เราจำเป็นต้องไปจริงๆ”
“ถ้าอย่างงันสัญญากับเราได้มั้ย ว่าจะไม่ลืมเอื้องฟ้าคนนี้”
“เราสัญญา ต่อให้นานแค่ไหน ต่อให้พบเจอใครอีกสักกี่ล้านคน
เราจะไม่มีทางลืมเอื้องฟ้าแน่นอน เราสัญญา”
“เราไม่เชื่อ”เธอโผลเข้ามากอดผมไว้ทำเอาใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเต้นแรงเข้าไปอีก
“ถ้าวันหนึ่งภูผา เจอคนที่สวยกว่าเรายังไงก็ลืมเราอยู่ดี”
“ไม่หรอก เราไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย”ผมกอดตอบเอื้องฟ้า
ที่ตอนนี้ซบหน้ากับไหล่ของผม
“ถ้างั้นเรามาทำสัญญากันนะ สัญญาที่เราจะไม่มีวันลืม”เธอเงยหน้าขึ้นมามองตาผม
ในขณะที่เรายังกอดกันอยู่ ช่างเป็นสถานการณ์ที่ทำให้หัวใจของผมอ่อน ปวบเปียบเสียจริง
“ได้สิจะให้เราทำอะไรขอแค่เอื้องฟ้าบอกมา เรายอมทำทุกอย่าง”
เอื้องฟ้าซบลงมาที่อกผมอีกครั้ง
แล้วพูดด้วยเสียงที่สั่นจนฟังแถบไม่รู้เรื่อง
“ร ระ เราจะใช่ คะความบะ บริสุทธิ์ พะเพื่อทำสัญญา”เหมือนสมองทำงานช้ากว่าปกติหลายเท่า
กว่าจะแปลข้อความทั้งหมดได้ก็กินเวลาไปพักใหญ่
“ฮ่ะ อะไรนะ”ผมถามออกไปเพื่อความแน่ใจว่าฟังไม่ผิด
แล้วเอื้องฟ้าก็ให้คำตอบด้วยเสียงที่มั่นใจต่างจากตอนแรกอย่างริบรับ
“เราหมายความว่า เราจะให้ความบริสุทธิ์ของเรา กะ กับภูผา...”
แม้จะอยากถามให้เอื้องฟ้าได้แน่นใจอีกสักครั้ง
แต่เมื่อเธอพูดจบก็เงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวและมั่นใจ
เหมือนกับนี้เป็นเรื่องที่เธอมั่นใจมากที่สุดในชีวิต
“เรารักเอื้องฟ้านะ”
และแล้วผมก็ไม่อาจหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป
ลืมสิ้นทุกเหตุผมที่จะกลายมาเป็นความเสียใจ ลืมมันไปเสียทุกอย่างถึงสิ่งที่ไม่ควร
แล้วก้มตัวลงไปจูบปากของเธอในอ้อมกอดของเราที่แสนอบอุ่น
แล้วลมหายใจของเราก็ค่อยๆเริ่มเร็วแรงขึ้นมือทั้งสองของผมค่อยถอนเสื้อผ้าตัวเองจนหมด
จากนั้นก็อุ้มเอื้องฟ้าไปนอนที่เตียงแล้วดึงผ้าเช็ดตัวออกเผยให้เห็นร่างที่ขาวดังไข่มุก
หน้าอกที่อวบโตเกินวัยและขนอ่อนตรงเนินสวาทที่ยาวเพียงแค่หนึ่งข้อนิ้ว
“ว๊ายยยย”
เอื้องฟ้าร้องออกมาเมื่อสายตามองมาเจอท่อนเนื้อประจำกายที่ยาวหกนิ้วครึ่งและใหญ่จนมือกำไม่รอบ
หน้าเธอแดงกล่ำไม่รู้ว่าอายที่เห็นของผมหรือที่ผมเห็นของเธอ
แต่ตอนนี้เรื่องอายไม่สำคัญที่สำคัญตอนนี้คือการทำสัญญาของเราสองคน ผมจึงเริ่มจากจูบเธออีกครั้งคราวนี้รดจูบของเราสองคนนั้นช่างหอมหวานและร้องแรง
หัวใจที่เต้นเร็วแรงของเราสองคนเหมือนรวมกันเป็นหนึ่ง
ร่างกายที่แสนนุ่มของเอื้องฟ้าถูกทับด้วยร่างที่หยาบแข็งของผม
แล้วท่อนเอ็นที่ร้อนและแข็งก็ทาบทับลงไปที่ท้องอันขาวเนียนของเธอ
ส่วนมือทั้งสองของผมกำลงไปที่หน้าอกของเธอแล้วบีบนวดสัมผัสถึงความอ่อนนุ่มของเต้าเธอแล้วผมก็ถอนปากออกจากปากของเอื้องฟ้าดูเหมือนเธอไม่อยากหยุดจูบเลยยกปากขึ้นตาม
แต่ผมอยากจะลิ้มลองนมทั้งสองของเธอมากกว่าจึงเลื่อนตัวลงมาให้หัวตรงกับหน้าอกของเธอแล้วทำการเลียกับดูดจนเอื้องฟ้าร้องคางออกมา
“อ้า ซี๊ดดด อืมมม อ้า”
มือข้างหนึ่งของผมล้วงลงไปที่เนินสาวของเธอสำรวจทุกซอกของกรีบสาวที่กำลังขับน้ำหล่อลื่นออกมา
ผมใช่นิ้วกลางสำรวจตรงปากร่องเสียวของเอื้องฟ้า
พบว่ามันยังปิดสนิทแม้แต่ปลายนิ้วยังดูเหมือนจะใหญ่เกินไปด้วยซ้ำ
แต่ยังไงวันนี้ร่องเสียวของเอื้องฟ้าต้องเปิดรับสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วหลายเท่าตัว
เมื่อคิดแบบนั้นผมจึงก้มตัวลงไปให้หัวอยู่ตรงหว่างขาของเธอ
“ว้ายยย จะทำอะไร”
“เปลี่ยนใจแล้วเหรอ”
“ป่าวแต่ว่ามัน ส อุ้ย.....ซี๊ดด”
ผมไม่ฟังต่อลงลิ้นเลียกีบสาวของเอื้องฟ้าทันทีทำให้เธอหยุดพูดไปแล้วเป็นเป็นเสียงซูดปากเหมือนกำลังเผ็ด
ตอนนี้ลิ้นของผมกำลังผ่านรูสาวของเอื้องฟ้าเข้าไป
ข้างในรูสาวของเธอนั้นตลอดลิ้นของผมใหญ่เลยเสียงคางจากปากเธอดังไปทั่วห้องนอน
เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของเอื้องฟ้ากำลังร้อนแรงผมจึงใช้นิ้วกลางดันเข้ารูเสียวไปก่อนข้างในนั้นยิ่งตอดนิ้วผมใหญ่เลยแต่มันดันเข้าไปยากมากแถมเอื้องฟ้ายังบอกเจ็บอีก
เมื่อแทงนิ้วเข้าไปจนสุดผมแช่นิ้วไว้พอผ่านไปได้สักพักผมจึงค่อยๆขยับนิ้วเข้าออกจากช้าๆเป็นไวขึ้นทีละนิดจนในที่สุดผมก็ซอยนิ้วถี่ยิบ
ทำให้เอื้องฟ้าร้องไม่เป็นภาษาเลย แล้วในที่สุดเธอก็ร้องกรีดออกมา แล้วก็กะตุกอย่างแรง
นี้คงเป็นการเสร็จครั้งแรกของเธอ
“อ้า”
ผมปล่อยให้เธอหายใจช้าลงสักพัก
จึงกลับไปเลียกลีบสาวใหม่อีกทีจนเสียงคางของเธอเริ่มดังไปทั่วห้องอีกครั้ง
เมื่อน้ำหล่อลื่นไหลออกมาเต็มช่องเสียวผมจึงเลื่อนตัวขึ้นเอาแท่งเอ็นของผมไปจอที่รูเสียวของเธอ
“ฮา ภูผาจะจะเอามันเข้ามาเหรอออ”
“ก็ใช่นะสิ”
“ต้องเอาเข้ามาจริงๆเหรอ ระ เราว่ามันเข้ามา มะ ไม่ได้หลอก”
“ถ้าไม่เอาเข้าไป ที่เอื้องฟ้าบอกว่าจะให้ความ บริสุทธิ์เรามันก็ไม่เป็นจริงนะสิ
แต่ถ้าเอื้องฟ้ากลัวเราจะหยุดนะ”
“ไม่ทำต่อเลย เราตัดสินใจแล้ว เรารักภูผา”เสียงของเธอหนักแน่น บอกให้รู้ถึงความมั่นใจ
ผมก้มลงไปจูบเอื้องฟ้าที่ปากหนึ่งที ส่วนมือผมก็จับท่อนเนื้อถูไปบนกลีบเสียวของเธอ
“เราก็รักเอื้องฟ้า”
เมื่อท่อนเอ็นชุ่มไปโดยน้ำหล่อลื่น ผมจึงค่อยกดหัวบานเข้าไปแต่เข้าไปได้แค่ปลายหัวถอกเอื้องฟ้าก็ร้องรั้นห้องว่าเจ็บ
ผมจึงก้มลงไปดูนมเธอทั้งสองข้างส่วนเอวก็ซอยยิกๆเพื่อให้เธอเสียวที่กลีบสาวและค่อยๆกดแท่งเอ็นเข้าไป
วิธีนี้ทำให้เอื้องฟ้าเจ็บน้อยที่สุดในขณะที่ท่อนเอ็นก็ค่อยๆเข้าไปในรูเสียวของเธอแต่เมื่อปลายหัวบานเข้าไปได้ก็เหมือนกับมีอะไรบางอย่างขวางทางอยู่ผมจึงดึงปลายที่พึงเข้าไปได้ออกมาครึ่งหนึ่ง
เอื้องฟ้ารีบยกก้นตามมาเหมือนกับรูเสียวเธอถูกดูดติดกับปลายท่อนเอ็นของผมและเมื่อจังหวะที่ก้นเอื้องฟ้าลอยขึ้น
ผมก็สวนกับไปอย่างแรงจนทำให้ท่อนเนื้อทะรุสิ่งที่เคยขวางกั้นนั้นผังทะลายลง
“โอ้ยยยยยย.....”
เอื้องฟ้ากรีดเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพร้อมเล็บมือที่จิกลงมายังบนแผ่นหลังของผม
ผมหยุดแรงกดแล้วหันมาดูดนมบีบเต้าบ้างส่วนอีกมือก็ล่วงไปเขี่ยติ่งเสียวเธอเบาๆ
สักพักเสียงซูดปากก็ลอดออกมาจากฟันที่คบแน่นของเธอน้ำตาใสๆไหลออกจากหางตาคงจะเจ็บไม่น้อย
“อยากหยุดมั้ย”
เธอไม่พูดแค่ส่ายหน้าอย่างแรง
ผมจึงค่อยๆโยกเข้าออกช้าๆไม่กดเข้าไปลึกมากแค่ซอยถี่ๆอยู่ที่เดิมพอเอื้องฟ้าส่งเสียงคางออกมา
“อืม อา ซี๊ดดด อ่ะ....”
พอเธอเริ่มเสียวคราวนี้ผมกดทีเดียวมิดด้ามเลย เธออ้าปากค้างทำตาโตเหมือนจะเป็นลมไปคราวนี้ผมหยุดค้างไว้ตรงนี้ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้กลัวว่าเธอจะเป็นลมไป
แต่พายในของเธอนั้นตอดเอ็นของผมจนเสียวแถบแตกออกมา พอเธอหายใจได้คล่องอีกครั้งผมก็ก้มลงไปแรกลิ้นกับเธอ
มือทั้งสองก็บีบนวดหน้าอกของเธอไปสักพัก
จากนั้นก็ค่อยๆดึงท่อนเนื้อที่เสียบจนมิดด้ามออกช้าๆ และเหมือนว่าท่อนเอ็นของผมถูกรูของเอื้องฟ้าดูดไว้ทำให้เธอยกก้นลอยขึ้นตาม
เมื่อท่อนเอ็นออกมาได้ครึ่งลำผมก็แทงกลับเข้าไปใหม่อย่างช้าๆ ทำแบบนี้ไปสักพัก
สะโพกของเอื้องฟ้าเหมือนจะรู้งานขึ้นเริ่มยกสวนกับ
“อู้ยยย สะ เสียว จัง”
เมื่อได้ยินเสียงเอื้องฟ้าพูดแบบนั้นผมก็เริ่มเร่งจังหวะให้ไวขึ้น
จนตอนนี้เกิดเสียงดัง พับๆๆๆ จากนั้นได้อีกไม่นานผมก็หยุด
เพื่อจับเธอโค้งตูดหันหลังในท่าหมา
จากนั้นก็จับท่อนเอ็นยัดเข้าไปแล้วซอยถี่ยิบได้ไม่นานเอื้องฟ้าก็ตัวกระตุก
กรี๊ดเสียงออกมา
“โอ้ยยยย กรี๊ดดดดด”
ผมปล่อยให้เธอหยุดหายใจสักพักเพราะเหมือนว่าเธอกำลังจะหมดสติไป
ระหว่างนั้นรูเสียวของเธอก็ตอดท่อนเอ็นของผมอย่างไม่หยุดจนผมทนความเสียวไม่ได้
ต้องจับเธอพลิกมาอยู่ในท่ามาตรฐานแล้วก้มลงไปดูดเลียหัวนมในขณะที่เริ่มโยกเอวอีกครั้ง
เหมือนว่าเธอจะรู้ชะตากรรมของตัวเองพยายามยกมือที่แทบไม่เหลือเร็วแรงมาแตะที่ไหลของผม
บอกตามตรงทั้งท่าทีและหน้าตาที่อ่อนแรงของเอื้องฟ้าทำให้ผมมีอารมณ์มากจนกลายเป็นว่าผมซอยในท่านี้ถี่ยิบจนเอื้องฟ้าทำได้แค่อ้าปากร้องควรคางอย่างเดียว
“อ่ะ อ้า โอ้ยยย ซี๊ดดด จะ จะ ออก อ้า อีกแล๊ว กรี๊ดดดดด”
“ออกแล้ว ออกแล้ว ซี๊ดดดด”
ผมเองก็มาถึงจุดสุดยอดแล้ว ซอยอีกไม่กี่ทีก็ต้องเกร็งตัวปล่อยน้ำอสุจิเข้าไปในร่องสาวแรกแย้มของเธอทำเอาเอื้องฟ้ากอดผมแน่น
ขาทั้งสองเกี่ยวรัดเอวผมไว้เหมือนกับกลัวว่าผมจะถอนท่อนเอ็นออก
แต่ความสุขที่พวยพุ่งออกมาของผมกับนำพาความมืดมิดมาสู่สติทั้งหมด
ความมืดที่เย็นยะเยือก เป็นบางสิ่งที่รับรู้ได้ด้วยสัญชาติญาณ ว่านั้นคือรู้สึกของ
ความตาย....
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)