เมื่อเข้าห้องเรียนมาสิ่งแรกที่ได้เจอคือการทักทายจากนางฟ้าแสนสวยที่เดินเข้ามาหาแล้วทักขึ้นก่อน
“ภูผา วันนี้ทำไมมาช้าจัง”
เอื้องฟ้าพูดพร้อมกับเอื้อมมือ
มาจับมือของผมไว้แล้วเดินไปที่โต๊ะของเราที่นั่งคู่กัน ทำเอาทุกคนในห้องมองมาด้วยความตะลึงคนที่เห็นก็สะกิดเพื่อนข้างๆที่มัวทำอย่างอื่นอยู่ให้หันมามอง
สายตาที่มองมาจากความตะลึงกลายเป็นสายตาที่ผสมไปด้วยความอิจฉาอาจถึงขั้นอาฆาตเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจคนอื่นเลยได้แค่แปลกใจกับการกระทำที่เปลี่ยนไป
“แปลกจัง เอื้องฟ้าไม่สบายหรือป่าววันนี้ทำตัวแปลกๆ
ทุกทีไม่เห็นเดินมาทักก่อนนิ”
“จะว่าเค้าหยิ่งเหรอ”ทำหน้าป่อง เหมือนจะสื่อว่าโกรธ แต่ก็ยังดูร่าเริงผิดกว่าทุกวัน
“ป๊าว ......”
อารมณ์ไหนกันเนี้ย ไม่เข้าใจจริงๆ แต่ว่าตั้งแต่เดินมาที่โต๊ะละยังไม่ปล่อยมือเลย
“นี้”
“ฮืม”
“ปล่อยมือได้ยัง”
“อุ้ย”เอื้องฟ้าหน้าแดงแจ๊เลย รีบหันหน้าไปทางอื่นทันที
ผมเริ่มเดาเอาเองแล้วสิว่าเอื้องฟ้าเริ่มจะชอบผมขึ้นมา
หรืออาจเป็นว่าผมเองที่ชอบเธอ เลยคิดไปคนเดียวก็ได้แหมก็หน้าตาอย่างผม
ดอกฟ้าที่ไหนจะโน้มกิ่งลงมาหา ทั้งหมดเป็นเพราะตัวผมคิดมากไปเอง
แน่นอนมันต้องเป็นแบบนั้นชัว แต่ผมไม่ควรปล่อยให้ทุกอย่างมันบานปลายไปมากกว่านี้
ไม่ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบไหน อีกไม่กี่วันผมก็ต้องย้ายไปอยู่กับปู่แล้ว ซึ่งเรื่องความรู้สึกมันคงทำให้แย่ยิ่งกว่าเดิม
“เอ่อ
จริงสิเรามีเรื่องจะบอกเอื้องฟ้า”
“ฮา อะ อะไรเหรอ”เอื้องฟ้าหันมามองหน้าผมทันที่
ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ เหมือนคนที่ใกล้จะได้อะไรบางอย่างที่ตัวเองคาดหวัง
“คือเราต้องย้ายไปอยู่กับปู่ที่ต่างจังหวัดอาทิตย์หน้า”
และแล้วใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ของนางฟ้าก็หยุดลงแล้วค่อยๆกลายเป็นใบหน้าที่เศร้าหมอง จนทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวด
เมื่อคิดว่าได้พูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอต้องเสียใจไป ตัวผมอยากจะใช้มีดแทงตัวตายชดใช้ความผิดนั้นเพื่อบางทีเธอจะได้เลิกทำหน้าเศร้าแบบนี้
“เอื้องฟ้าทำไม ทำหน้าแบบนั้นละ....”
ไม่มีคำตอบใดจากปากเอื้องฟ้า
มีเพียงแค่ว่าจู่ๆเธอก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปนอกห้อง
ทำเอาผมทำอะไรไม่ถูกเลยแล้วอาจารย์ก็เข้ามาสอน สรุปแล้วคาบแรกเอื้องฟ้าไม่มาเรียน
พอเข้าคาบสองเธอก็เดินมานั่งที่โต๊ะ แต่ไม่ยอมพูดกับผมและไม่มองหน้าด้วย ผมก็
อั้มๆอึ่งๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปจนหมดคาบเช้าพอพักเที่ยงผมก็รีบปรึกษาเพื่อนรักทั้งสองทันที
“เค้าเป็นอะไรของเค้าว่ะ
กูไปทำอะไรผิดเหรอวะจู่ก็เปลี่ยนไปขนาดนั้น”
หลังจากที่ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนทั้งสองฟังก็ถามข้อข้องใจที่เก็บไว้ตลอดตอนเช้า
พวกมันมองหน้ากันแล้วส่ายหน้า
“อะไรว่ะ มีอะไรก็บอกกันหน่อยดิโว้ย ทำแบบนนี้กูจะรู้ได้ไง”
“ใจเย็นๆสิว่ะ พวกกูกำลังจะบอกนี้ไง”ไอ้บาสเอ่ยขึ้น
ตั้งแต่เกิดเรื่องพลังเวทย์เกินขีดจำกัดทำให้ผมเหมือนรู้สึกอารมณ์ผิดปกติยังไงก็ไม่รู้
“คือยังงี้ สำหรับกูนะ กูคิดว่า อาการของเอื้องฟ้า
เหมือนกำลังตกหลุมรัก”ไอ้บามตอบออกมาแล้วไอ้บาสก็พยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ ที่ว่ากูจะย้ายปะ ไป........”
“เอ่อมึงรู้แล้วใช่มั้ย ว่าเอื้องฟ้าเค้าตกหลุมรักใคร”
ผมไม่พูดแต่ใช้มือชี้มาที่ตัวเอง โดยสีหน้าที่ตกตลึงแบบสุดๆ
“เฮ้ยยย
กูละเสียดายแทนมึงจริงๆ ได้ดอกฟ้ามาหลงรักทั้งทีแต่กลับต้องไปอยู่กับปู่เสียนี้”
“กูจะทำไงดีว่ะ”
พวกมันส่ายหน้า หลังจากที่พยายามหาวิธีที่จะแก้ปัญหา
ที่ยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าปัญหานั้นคืออะไรกันแน่
แล้วเวลาเรียนตอนบ่ายก็มาถึงเมื่อมีโอกาสได้ใกล้กับเอื้องฟ้า ผมก็พยายามชวนเธอพูดทุกอย่างแต่ก็ไม่เป็นผล
เธอยังเงียบและทำเหมือนว่าผมไม่อยู่ตรงนั้นจนผมเริ่มท้อใจเมื่อเสียงออดเวลาเรียนคาบสุดท้ายดังขึ้น
เอื้องฟ้าเก็บหนังสือเรียนเข้ากระเป๋าเสร็จก็ลุกจากโต๊ะทันที
“เดียวสิเอื้องฟ้า เอื้องฟ้ายังไม่ได้พูดอะไรกับเราเลย โกรธเราเรื่องอะไรเหรอบอกเราหน่อยได้มั้ย
ไม่ว่าจะให้เราทำอะไรเรายอมทำทุกอย่างขอแค่อย่าโกษเรา ”
เอื้องฟ้าหันมามองผมทันทีแล้วเอ่ยปากออกมาทันทีแต่สีหน้ายังดูเศร้าแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆช้าๆที่ทำเอาน้ำตาผมเกือบไหล
“งันก็อย่าไปสิ..... อยู่ที่นี้ อย่าไปไหน
.......ได้ไหม้แค้นี้ถ้าภูผาทำได้เราจะยอมทำทุกอย่าให้ภูผา”
“เราเองก็ไม่อยากไป แต่เราไม่อาจทำให้พ่อต้องเสียใจ ไม่อาจทำให้ปู่ที่ตามหาพวกเรามาสิบสี่ปี่ต้องผิดหวัง
แค่เรื่องนี้ที่เราทำให้ไม่ได้จริงๆ”
น้ำตาใส่ๆของเอื้องฟ้าไหลออกจากดวงตา
แล้วเธอก็ทำให้ผมต้องตกใจเมื่อจู่ๆเธอก็พุ่งตัวเข้ามากอดผมไว้แล้วร้องไห้ออกมา
พอผมตั้งสติได้ก็ทำได้เพียงลูบหัวเธอเบาๆโดยไม่อาจหาคำพูดใดมาปลอบใจได้
“เราไม่อยากให้ภูผาไป
ระเราชอบภูผานะ ระเราหมายถึง รัก เรารักภูผา.....”
“เราก็รักเอื้องฟ้า แต่เราก็ต้องไป เข้าใจเราได้ไม”
แม้การบอกรักเอื้องฟ้าจะเป็นการผิดต่อพี่มะลิแต่ตอนนี้คงไม่มีทางอื่นเพราะใจมันอ่อนระทวยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเอื้องฟ้า
เอื้องฟ้าไม่ตอบคำถามผมเพียงแต่หยุดกอดแล้วดึงมือผมออกจากห้องไป
เธอพาผมเดินไปที่ไหนผมเองก็ไม่ได้เอยปากถามอะไรจนมาถึงหน้าประตูโรงเรียน
เธอจึงหันมาพูดกับผม
“ไปส่งเราที่บ้านได้มั้ย”
“ได้สิ แค่เอื้องฟ้าไม่ร้องไห้ก็พอ”
เธอหยุดร้องไห้ตั้งแต่เดินออกจากห้องมา
แล้วตอนนี้เธอก็กำลังซ้อนหลังจักรยานของเธอที่จะปั่นมากับพี่สาวทุกวัน ในตอนนี้ผมกับเธอไม่ได้พูดอะไรกับเอื้องฟ้าเพียงแค่กอดผมไว้แค่นั้นก็ทำให้ผมมีความสุขจนตัวแทบรอยแล้ว
แต่พอได้สักพักอารมณ์ก็เปลี่ยนไป
ท่อนเอ็นของผมเกิดแข็งตัวขึ้นมาก็เพราะหน้าอกนิ้มๆที่แนบชิดกับหลังของผมนี้สิเป็นตัวปัญหาให้ผมเกิดอารมณ์หืนจนปวดท่อนเนื้อไปหมด
สมองก็เริ่มคิดเรื่องที่ว่าตอนนี้บ้านเธอไม่มีใครถ้าเธอชวนเข้าบ้านก็เป็นโอกาสปลดปล่อยพลังหนุ่มของผมแล้ว
“ว่ะ
เกือบตายแท้ยังจะมาคิดอีก”
“หืม ภูผาพูดอะไรนะ”
“อะ อ้อ ป่าวเราบอกว่าถึงบ้านเอื้องฟ้าแล้ว”
สมองกับปากดันไปพร้อมกันสะได้
แต่ก็เกิดเรื่องที่ทำให้หนักใจขึ้นมาก็เอื้องฟ้าสิดันชวนเข้าไปข้างในบ้านจริงๆเหมือนที่คิดไว้
แต่ผมคงไม่ทำเหมือนที่คิดหลอกเพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องจากกันแล้วหากเกิดเรื่องนั้นขึ้นมาจะเป็นการทำให้เสียใจเสียป่าวๆ
เมื่อเข้ามาในบ้านเอื้องฟ้าก็ให้นั่งที่ห้องรับแขกที่ใหญ่และเต็มไปด้วยเฟอนิเจอราคาเกือบหมื่น
ทำเอาผมเก้ๆกังๆทำอะไรไม่ถูกจนเอื้องฟ้าหัวเราะกับการกระทำของผม
“ไม่ต้องเกรงใจหลอกจ๊ะ คิดว่าเป็นบ้านตัวเองก็พอ”
“แหม ให้คิดไงก็คงคิดไม่ได้หลอก
ต่างกันยังฟ้ากับเหว”
“ภูผาไม่ชอบเหรอ”เอื้องฟ้าถามออกมาโดยน้ำเสียงเสียใจนิดๆ
“ชอบสิชอบมากๆเลย แค่บ้านเราไม่สวยเท่านี้เอง”
“งั้นก็มาบ่อยๆสิ เดี๋ยวเราเอาขนมมาให้นะ แล้วขอตัวขึ้นไปอาบน้ำแป๊บหนึ่งนะรอเดียว”
เอื้องฟ้าพูดเสร็จก็เข้าไปในครัวหยิบคุกกี้ใส่จานแล้วเอามาให้ผมจากนั้นก็ขึ้นไปชั้นบน
ผมไม่รู้จะทำอะไรดี ความจริงก็อยากพูดคุยกับเธอให้มากกว่า ใช้เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันนี้สร้างความทรงจำอันแสนสุขกับเอื้องฟ้าแต่แบบไหนดี
ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน
แล้วเสียงเอื้องฟ้าก็ดังขึ้นจากชั้นสองปลุกผมจากความคิดเหล่านั้น
“ภูผา ๆ ขึ้นมาหาเราหน่อย”
มีเสียงเรียกมาแค่ครั้งเดียวแต่ชัดเจนผมจึงเดินขึ้นไป แต่ข้างบนมีประตูอยู่ด้วยกันสามห้องแต่ละห้องดูเหมือนจะกว้างไม่ใช่น้อย
ผมเรียกเอื้องฟ้าเพื่อหาว่าเธออยู่ห้องไหนแล้วเสียงเอื้องฟ้าตอบรับออกมาจากประตูสีชมพูลายดอกไม้
เมื่อผมเปิดประตูเข้าไป
ก็ต้องยืนตัวแข็งทันทีเมื่อภาพที่ปรากฏคือทั้งตัวเอื้องฟ้ามีผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียว
ทำให้เห็นหน้าอกส่วนบนที่ทั้งอวบและขาวจนเห็นลอยเส้นเลือดถูกรัดแน่นไว้
ด่านล้างนั้นก็เห็นต้นขาที่ขาวดุดมุกถ้าหากเอาผ้าเช็คตัวขึ้นอีกสักสามนิ้วคงได้เห็นล่องสามเหลื่อมแน่
“ม มี อะไรเหรอ”กว่าจะพูดออกมาได้ก็ผ่านไปแป๊บหนึ่งแล้ว
“ปิดประตูก่อนสิ”คำพูดของเอื้องฟ้าเหมือนส่งมายังสมองของผมโดยตรง
มือผมที่จับลูกบิดค้างไว้ตั้งแต่ตอนเปิดเข้ามารีบดึงบานประตูปิดทันที
ส่วนสายตาก็จับจ่องไปที่ร่างกายของเอื้องฟ้า
“นี้ภูผาต้องไปอยู่กับปู่จริงๆเหรอ”
“ทำไมจู่ๆถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาละ”
“ตอบเรามาหน่อยสิ ไม่มีทางอื่นที่จะอยู่ที่นี้ต่ออีกแล้วเหรอ”
“เราต้องไป......เราจำเป็นต้องไปจริงๆ”
“ถ้าอย่างงันสัญญากับเราได้มั้ย ว่าจะไม่ลืมเอื้องฟ้าคนนี้”
“เราสัญญา ต่อให้นานแค่ไหน ต่อให้พบเจอใครอีกสักกี่ล้านคน
เราจะไม่มีทางลืมเอื้องฟ้าแน่นอน เราสัญญา”
“เราไม่เชื่อ”เธอโผลเข้ามากอดผมไว้ทำเอาใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเต้นแรงเข้าไปอีก
“ถ้าวันหนึ่งภูผา เจอคนที่สวยกว่าเรายังไงก็ลืมเราอยู่ดี”
“ไม่หรอก เราไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย”ผมกอดตอบเอื้องฟ้า
ที่ตอนนี้ซบหน้ากับไหล่ของผม
“ถ้างั้นเรามาทำสัญญากันนะ สัญญาที่เราจะไม่มีวันลืม”เธอเงยหน้าขึ้นมามองตาผม
ในขณะที่เรายังกอดกันอยู่ ช่างเป็นสถานการณ์ที่ทำให้หัวใจของผมอ่อน ปวบเปียบเสียจริง
“ได้สิจะให้เราทำอะไรขอแค่เอื้องฟ้าบอกมา เรายอมทำทุกอย่าง”
เอื้องฟ้าซบลงมาที่อกผมอีกครั้ง
แล้วพูดด้วยเสียงที่สั่นจนฟังแถบไม่รู้เรื่อง
“ร ระ เราจะใช่ คะความบะ บริสุทธิ์ พะเพื่อทำสัญญา”เหมือนสมองทำงานช้ากว่าปกติหลายเท่า
กว่าจะแปลข้อความทั้งหมดได้ก็กินเวลาไปพักใหญ่
“ฮ่ะ อะไรนะ”ผมถามออกไปเพื่อความแน่ใจว่าฟังไม่ผิด
แล้วเอื้องฟ้าก็ให้คำตอบด้วยเสียงที่มั่นใจต่างจากตอนแรกอย่างริบรับ
“เราหมายความว่า เราจะให้ความบริสุทธิ์ของเรา กะ กับภูผา...”
แม้จะอยากถามให้เอื้องฟ้าได้แน่นใจอีกสักครั้ง
แต่เมื่อเธอพูดจบก็เงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวและมั่นใจ
เหมือนกับนี้เป็นเรื่องที่เธอมั่นใจมากที่สุดในชีวิต
“เรารักเอื้องฟ้านะ”
และแล้วผมก็ไม่อาจหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป
ลืมสิ้นทุกเหตุผมที่จะกลายมาเป็นความเสียใจ ลืมมันไปเสียทุกอย่างถึงสิ่งที่ไม่ควร
แล้วก้มตัวลงไปจูบปากของเธอในอ้อมกอดของเราที่แสนอบอุ่น
แล้วลมหายใจของเราก็ค่อยๆเริ่มเร็วแรงขึ้นมือทั้งสองของผมค่อยถอนเสื้อผ้าตัวเองจนหมด
จากนั้นก็อุ้มเอื้องฟ้าไปนอนที่เตียงแล้วดึงผ้าเช็ดตัวออกเผยให้เห็นร่างที่ขาวดังไข่มุก
หน้าอกที่อวบโตเกินวัยและขนอ่อนตรงเนินสวาทที่ยาวเพียงแค่หนึ่งข้อนิ้ว
“ว๊ายยยย”
เอื้องฟ้าร้องออกมาเมื่อสายตามองมาเจอท่อนเนื้อประจำกายที่ยาวหกนิ้วครึ่งและใหญ่จนมือกำไม่รอบ
หน้าเธอแดงกล่ำไม่รู้ว่าอายที่เห็นของผมหรือที่ผมเห็นของเธอ
แต่ตอนนี้เรื่องอายไม่สำคัญที่สำคัญตอนนี้คือการทำสัญญาของเราสองคน ผมจึงเริ่มจากจูบเธออีกครั้งคราวนี้รดจูบของเราสองคนนั้นช่างหอมหวานและร้องแรง
หัวใจที่เต้นเร็วแรงของเราสองคนเหมือนรวมกันเป็นหนึ่ง
ร่างกายที่แสนนุ่มของเอื้องฟ้าถูกทับด้วยร่างที่หยาบแข็งของผม
แล้วท่อนเอ็นที่ร้อนและแข็งก็ทาบทับลงไปที่ท้องอันขาวเนียนของเธอ
ส่วนมือทั้งสองของผมกำลงไปที่หน้าอกของเธอแล้วบีบนวดสัมผัสถึงความอ่อนนุ่มของเต้าเธอแล้วผมก็ถอนปากออกจากปากของเอื้องฟ้าดูเหมือนเธอไม่อยากหยุดจูบเลยยกปากขึ้นตาม
แต่ผมอยากจะลิ้มลองนมทั้งสองของเธอมากกว่าจึงเลื่อนตัวลงมาให้หัวตรงกับหน้าอกของเธอแล้วทำการเลียกับดูดจนเอื้องฟ้าร้องคางออกมา
“อ้า ซี๊ดดด อืมมม อ้า”
มือข้างหนึ่งของผมล้วงลงไปที่เนินสาวของเธอสำรวจทุกซอกของกรีบสาวที่กำลังขับน้ำหล่อลื่นออกมา
ผมใช่นิ้วกลางสำรวจตรงปากร่องเสียวของเอื้องฟ้า
พบว่ามันยังปิดสนิทแม้แต่ปลายนิ้วยังดูเหมือนจะใหญ่เกินไปด้วยซ้ำ
แต่ยังไงวันนี้ร่องเสียวของเอื้องฟ้าต้องเปิดรับสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วหลายเท่าตัว
เมื่อคิดแบบนั้นผมจึงก้มตัวลงไปให้หัวอยู่ตรงหว่างขาของเธอ
“ว้ายยย จะทำอะไร”
“เปลี่ยนใจแล้วเหรอ”
“ป่าวแต่ว่ามัน ส อุ้ย.....ซี๊ดด”
ผมไม่ฟังต่อลงลิ้นเลียกีบสาวของเอื้องฟ้าทันทีทำให้เธอหยุดพูดไปแล้วเป็นเป็นเสียงซูดปากเหมือนกำลังเผ็ด
ตอนนี้ลิ้นของผมกำลังผ่านรูสาวของเอื้องฟ้าเข้าไป
ข้างในรูสาวของเธอนั้นตลอดลิ้นของผมใหญ่เลยเสียงคางจากปากเธอดังไปทั่วห้องนอน
เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของเอื้องฟ้ากำลังร้อนแรงผมจึงใช้นิ้วกลางดันเข้ารูเสียวไปก่อนข้างในนั้นยิ่งตอดนิ้วผมใหญ่เลยแต่มันดันเข้าไปยากมากแถมเอื้องฟ้ายังบอกเจ็บอีก
เมื่อแทงนิ้วเข้าไปจนสุดผมแช่นิ้วไว้พอผ่านไปได้สักพักผมจึงค่อยๆขยับนิ้วเข้าออกจากช้าๆเป็นไวขึ้นทีละนิดจนในที่สุดผมก็ซอยนิ้วถี่ยิบ
ทำให้เอื้องฟ้าร้องไม่เป็นภาษาเลย แล้วในที่สุดเธอก็ร้องกรีดออกมา แล้วก็กะตุกอย่างแรง
นี้คงเป็นการเสร็จครั้งแรกของเธอ
“อ้า”
ผมปล่อยให้เธอหายใจช้าลงสักพัก
จึงกลับไปเลียกลีบสาวใหม่อีกทีจนเสียงคางของเธอเริ่มดังไปทั่วห้องอีกครั้ง
เมื่อน้ำหล่อลื่นไหลออกมาเต็มช่องเสียวผมจึงเลื่อนตัวขึ้นเอาแท่งเอ็นของผมไปจอที่รูเสียวของเธอ
“ฮา ภูผาจะจะเอามันเข้ามาเหรอออ”
“ก็ใช่นะสิ”
“ต้องเอาเข้ามาจริงๆเหรอ ระ เราว่ามันเข้ามา มะ ไม่ได้หลอก”
“ถ้าไม่เอาเข้าไป ที่เอื้องฟ้าบอกว่าจะให้ความ บริสุทธิ์เรามันก็ไม่เป็นจริงนะสิ
แต่ถ้าเอื้องฟ้ากลัวเราจะหยุดนะ”
“ไม่ทำต่อเลย เราตัดสินใจแล้ว เรารักภูผา”เสียงของเธอหนักแน่น บอกให้รู้ถึงความมั่นใจ
ผมก้มลงไปจูบเอื้องฟ้าที่ปากหนึ่งที ส่วนมือผมก็จับท่อนเนื้อถูไปบนกลีบเสียวของเธอ
“เราก็รักเอื้องฟ้า”
เมื่อท่อนเอ็นชุ่มไปโดยน้ำหล่อลื่น ผมจึงค่อยกดหัวบานเข้าไปแต่เข้าไปได้แค่ปลายหัวถอกเอื้องฟ้าก็ร้องรั้นห้องว่าเจ็บ
ผมจึงก้มลงไปดูนมเธอทั้งสองข้างส่วนเอวก็ซอยยิกๆเพื่อให้เธอเสียวที่กลีบสาวและค่อยๆกดแท่งเอ็นเข้าไป
วิธีนี้ทำให้เอื้องฟ้าเจ็บน้อยที่สุดในขณะที่ท่อนเอ็นก็ค่อยๆเข้าไปในรูเสียวของเธอแต่เมื่อปลายหัวบานเข้าไปได้ก็เหมือนกับมีอะไรบางอย่างขวางทางอยู่ผมจึงดึงปลายที่พึงเข้าไปได้ออกมาครึ่งหนึ่ง
เอื้องฟ้ารีบยกก้นตามมาเหมือนกับรูเสียวเธอถูกดูดติดกับปลายท่อนเอ็นของผมและเมื่อจังหวะที่ก้นเอื้องฟ้าลอยขึ้น
ผมก็สวนกับไปอย่างแรงจนทำให้ท่อนเนื้อทะรุสิ่งที่เคยขวางกั้นนั้นผังทะลายลง
“โอ้ยยยยยย.....”
เอื้องฟ้ากรีดเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพร้อมเล็บมือที่จิกลงมายังบนแผ่นหลังของผม
ผมหยุดแรงกดแล้วหันมาดูดนมบีบเต้าบ้างส่วนอีกมือก็ล่วงไปเขี่ยติ่งเสียวเธอเบาๆ
สักพักเสียงซูดปากก็ลอดออกมาจากฟันที่คบแน่นของเธอน้ำตาใสๆไหลออกจากหางตาคงจะเจ็บไม่น้อย
“อยากหยุดมั้ย”
เธอไม่พูดแค่ส่ายหน้าอย่างแรง
ผมจึงค่อยๆโยกเข้าออกช้าๆไม่กดเข้าไปลึกมากแค่ซอยถี่ๆอยู่ที่เดิมพอเอื้องฟ้าส่งเสียงคางออกมา
“อืม อา ซี๊ดดด อ่ะ....”
พอเธอเริ่มเสียวคราวนี้ผมกดทีเดียวมิดด้ามเลย เธออ้าปากค้างทำตาโตเหมือนจะเป็นลมไปคราวนี้ผมหยุดค้างไว้ตรงนี้ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้กลัวว่าเธอจะเป็นลมไป
แต่พายในของเธอนั้นตอดเอ็นของผมจนเสียวแถบแตกออกมา พอเธอหายใจได้คล่องอีกครั้งผมก็ก้มลงไปแรกลิ้นกับเธอ
มือทั้งสองก็บีบนวดหน้าอกของเธอไปสักพัก
จากนั้นก็ค่อยๆดึงท่อนเนื้อที่เสียบจนมิดด้ามออกช้าๆ และเหมือนว่าท่อนเอ็นของผมถูกรูของเอื้องฟ้าดูดไว้ทำให้เธอยกก้นลอยขึ้นตาม
เมื่อท่อนเอ็นออกมาได้ครึ่งลำผมก็แทงกลับเข้าไปใหม่อย่างช้าๆ ทำแบบนี้ไปสักพัก
สะโพกของเอื้องฟ้าเหมือนจะรู้งานขึ้นเริ่มยกสวนกับ
“อู้ยยย สะ เสียว จัง”
เมื่อได้ยินเสียงเอื้องฟ้าพูดแบบนั้นผมก็เริ่มเร่งจังหวะให้ไวขึ้น
จนตอนนี้เกิดเสียงดัง พับๆๆๆ จากนั้นได้อีกไม่นานผมก็หยุด
เพื่อจับเธอโค้งตูดหันหลังในท่าหมา
จากนั้นก็จับท่อนเอ็นยัดเข้าไปแล้วซอยถี่ยิบได้ไม่นานเอื้องฟ้าก็ตัวกระตุก
กรี๊ดเสียงออกมา
“โอ้ยยยย กรี๊ดดดดด”
ผมปล่อยให้เธอหยุดหายใจสักพักเพราะเหมือนว่าเธอกำลังจะหมดสติไป
ระหว่างนั้นรูเสียวของเธอก็ตอดท่อนเอ็นของผมอย่างไม่หยุดจนผมทนความเสียวไม่ได้
ต้องจับเธอพลิกมาอยู่ในท่ามาตรฐานแล้วก้มลงไปดูดเลียหัวนมในขณะที่เริ่มโยกเอวอีกครั้ง
เหมือนว่าเธอจะรู้ชะตากรรมของตัวเองพยายามยกมือที่แทบไม่เหลือเร็วแรงมาแตะที่ไหลของผม
บอกตามตรงทั้งท่าทีและหน้าตาที่อ่อนแรงของเอื้องฟ้าทำให้ผมมีอารมณ์มากจนกลายเป็นว่าผมซอยในท่านี้ถี่ยิบจนเอื้องฟ้าทำได้แค่อ้าปากร้องควรคางอย่างเดียว
“อ่ะ อ้า โอ้ยยย ซี๊ดดด จะ จะ ออก อ้า อีกแล๊ว กรี๊ดดดดด”
“ออกแล้ว ออกแล้ว ซี๊ดดดด”
ผมเองก็มาถึงจุดสุดยอดแล้ว ซอยอีกไม่กี่ทีก็ต้องเกร็งตัวปล่อยน้ำอสุจิเข้าไปในร่องสาวแรกแย้มของเธอทำเอาเอื้องฟ้ากอดผมแน่น
ขาทั้งสองเกี่ยวรัดเอวผมไว้เหมือนกับกลัวว่าผมจะถอนท่อนเอ็นออก
แต่ความสุขที่พวยพุ่งออกมาของผมกับนำพาความมืดมิดมาสู่สติทั้งหมด
ความมืดที่เย็นยะเยือก เป็นบางสิ่งที่รับรู้ได้ด้วยสัญชาติญาณ ว่านั้นคือรู้สึกของ
ความตาย....
เมื่อเข้าห้องเรียนมาสิ่งแรกที่ได้เจอคือการทักทายจากนางฟ้าแสนสวยที่เดินเข้ามาหาแล้วทักขึ้นก่อน
“ภูผา วันนี้ทำไมมาช้าจัง”
เอื้องฟ้าพูดพร้อมกับเอื้อมมือ
มาจับมือของผมไว้แล้วเดินไปที่โต๊ะของเราที่นั่งคู่กัน ทำเอาทุกคนในห้องมองมาด้วยความตะลึงคนที่เห็นก็สะกิดเพื่อนข้างๆที่มัวทำอย่างอื่นอยู่ให้หันมามอง
สายตาที่มองมาจากความตะลึงกลายเป็นสายตาที่ผสมไปด้วยความอิจฉาอาจถึงขั้นอาฆาตเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจคนอื่นเลยได้แค่แปลกใจกับการกระทำที่เปลี่ยนไป
“แปลกจัง เอื้องฟ้าไม่สบายหรือป่าววันนี้ทำตัวแปลกๆ
ทุกทีไม่เห็นเดินมาทักก่อนนิ”
“จะว่าเค้าหยิ่งเหรอ”ทำหน้าป่อง เหมือนจะสื่อว่าโกรธ แต่ก็ยังดูร่าเริงผิดกว่าทุกวัน
“ป๊าว ......”
อารมณ์ไหนกันเนี้ย ไม่เข้าใจจริงๆ แต่ว่าตั้งแต่เดินมาที่โต๊ะละยังไม่ปล่อยมือเลย
“นี้”
“ฮืม”
“ปล่อยมือได้ยัง”
“อุ้ย”เอื้องฟ้าหน้าแดงแจ๊เลย รีบหันหน้าไปทางอื่นทันที
ผมเริ่มเดาเอาเองแล้วสิว่าเอื้องฟ้าเริ่มจะชอบผมขึ้นมา
หรืออาจเป็นว่าผมเองที่ชอบเธอ เลยคิดไปคนเดียวก็ได้แหมก็หน้าตาอย่างผม
ดอกฟ้าที่ไหนจะโน้มกิ่งลงมาหา ทั้งหมดเป็นเพราะตัวผมคิดมากไปเอง
แน่นอนมันต้องเป็นแบบนั้นชัว แต่ผมไม่ควรปล่อยให้ทุกอย่างมันบานปลายไปมากกว่านี้
ไม่ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบไหน อีกไม่กี่วันผมก็ต้องย้ายไปอยู่กับปู่แล้ว ซึ่งเรื่องความรู้สึกมันคงทำให้แย่ยิ่งกว่าเดิม
“เอ่อ
จริงสิเรามีเรื่องจะบอกเอื้องฟ้า”
“ฮา อะ อะไรเหรอ”เอื้องฟ้าหันมามองหน้าผมทันที่
ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ เหมือนคนที่ใกล้จะได้อะไรบางอย่างที่ตัวเองคาดหวัง
“คือเราต้องย้ายไปอยู่กับปู่ที่ต่างจังหวัดอาทิตย์หน้า”
และแล้วใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ของนางฟ้าก็หยุดลงแล้วค่อยๆกลายเป็นใบหน้าที่เศร้าหมอง จนทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวด
เมื่อคิดว่าได้พูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอต้องเสียใจไป ตัวผมอยากจะใช้มีดแทงตัวตายชดใช้ความผิดนั้นเพื่อบางทีเธอจะได้เลิกทำหน้าเศร้าแบบนี้
“เอื้องฟ้าทำไม ทำหน้าแบบนั้นละ....”
ไม่มีคำตอบใดจากปากเอื้องฟ้า
มีเพียงแค่ว่าจู่ๆเธอก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปนอกห้อง
ทำเอาผมทำอะไรไม่ถูกเลยแล้วอาจารย์ก็เข้ามาสอน สรุปแล้วคาบแรกเอื้องฟ้าไม่มาเรียน
พอเข้าคาบสองเธอก็เดินมานั่งที่โต๊ะ แต่ไม่ยอมพูดกับผมและไม่มองหน้าด้วย ผมก็
อั้มๆอึ่งๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปจนหมดคาบเช้าพอพักเที่ยงผมก็รีบปรึกษาเพื่อนรักทั้งสองทันที
“เค้าเป็นอะไรของเค้าว่ะ
กูไปทำอะไรผิดเหรอวะจู่ก็เปลี่ยนไปขนาดนั้น”
หลังจากที่ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนทั้งสองฟังก็ถามข้อข้องใจที่เก็บไว้ตลอดตอนเช้า
พวกมันมองหน้ากันแล้วส่ายหน้า
“อะไรว่ะ มีอะไรก็บอกกันหน่อยดิโว้ย ทำแบบนนี้กูจะรู้ได้ไง”
“ใจเย็นๆสิว่ะ พวกกูกำลังจะบอกนี้ไง”ไอ้บาสเอ่ยขึ้น
ตั้งแต่เกิดเรื่องพลังเวทย์เกินขีดจำกัดทำให้ผมเหมือนรู้สึกอารมณ์ผิดปกติยังไงก็ไม่รู้
“คือยังงี้ สำหรับกูนะ กูคิดว่า อาการของเอื้องฟ้า
เหมือนกำลังตกหลุมรัก”ไอ้บามตอบออกมาแล้วไอ้บาสก็พยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ ที่ว่ากูจะย้ายปะ ไป........”
“เอ่อมึงรู้แล้วใช่มั้ย ว่าเอื้องฟ้าเค้าตกหลุมรักใคร”
ผมไม่พูดแต่ใช้มือชี้มาที่ตัวเอง โดยสีหน้าที่ตกตลึงแบบสุดๆ
“เฮ้ยยย
กูละเสียดายแทนมึงจริงๆ ได้ดอกฟ้ามาหลงรักทั้งทีแต่กลับต้องไปอยู่กับปู่เสียนี้”
“กูจะทำไงดีว่ะ”
พวกมันส่ายหน้า หลังจากที่พยายามหาวิธีที่จะแก้ปัญหา
ที่ยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าปัญหานั้นคืออะไรกันแน่
แล้วเวลาเรียนตอนบ่ายก็มาถึงเมื่อมีโอกาสได้ใกล้กับเอื้องฟ้า ผมก็พยายามชวนเธอพูดทุกอย่างแต่ก็ไม่เป็นผล
เธอยังเงียบและทำเหมือนว่าผมไม่อยู่ตรงนั้นจนผมเริ่มท้อใจเมื่อเสียงออดเวลาเรียนคาบสุดท้ายดังขึ้น
เอื้องฟ้าเก็บหนังสือเรียนเข้ากระเป๋าเสร็จก็ลุกจากโต๊ะทันที
“เดียวสิเอื้องฟ้า เอื้องฟ้ายังไม่ได้พูดอะไรกับเราเลย โกรธเราเรื่องอะไรเหรอบอกเราหน่อยได้มั้ย
ไม่ว่าจะให้เราทำอะไรเรายอมทำทุกอย่างขอแค่อย่าโกษเรา ”
เอื้องฟ้าหันมามองผมทันทีแล้วเอ่ยปากออกมาทันทีแต่สีหน้ายังดูเศร้าแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆช้าๆที่ทำเอาน้ำตาผมเกือบไหล
“งันก็อย่าไปสิ..... อยู่ที่นี้ อย่าไปไหน
.......ได้ไหม้แค้นี้ถ้าภูผาทำได้เราจะยอมทำทุกอย่าให้ภูผา”
“เราเองก็ไม่อยากไป แต่เราไม่อาจทำให้พ่อต้องเสียใจ ไม่อาจทำให้ปู่ที่ตามหาพวกเรามาสิบสี่ปี่ต้องผิดหวัง
แค่เรื่องนี้ที่เราทำให้ไม่ได้จริงๆ”
น้ำตาใส่ๆของเอื้องฟ้าไหลออกจากดวงตา
แล้วเธอก็ทำให้ผมต้องตกใจเมื่อจู่ๆเธอก็พุ่งตัวเข้ามากอดผมไว้แล้วร้องไห้ออกมา
พอผมตั้งสติได้ก็ทำได้เพียงลูบหัวเธอเบาๆโดยไม่อาจหาคำพูดใดมาปลอบใจได้
“เราไม่อยากให้ภูผาไป
ระเราชอบภูผานะ ระเราหมายถึง รัก เรารักภูผา.....”
“เราก็รักเอื้องฟ้า แต่เราก็ต้องไป เข้าใจเราได้ไม”
แม้การบอกรักเอื้องฟ้าจะเป็นการผิดต่อพี่มะลิแต่ตอนนี้คงไม่มีทางอื่นเพราะใจมันอ่อนระทวยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเอื้องฟ้า
เอื้องฟ้าไม่ตอบคำถามผมเพียงแต่หยุดกอดแล้วดึงมือผมออกจากห้องไป
เธอพาผมเดินไปที่ไหนผมเองก็ไม่ได้เอยปากถามอะไรจนมาถึงหน้าประตูโรงเรียน
เธอจึงหันมาพูดกับผม
“ไปส่งเราที่บ้านได้มั้ย”
“ได้สิ แค่เอื้องฟ้าไม่ร้องไห้ก็พอ”
เธอหยุดร้องไห้ตั้งแต่เดินออกจากห้องมา
แล้วตอนนี้เธอก็กำลังซ้อนหลังจักรยานของเธอที่จะปั่นมากับพี่สาวทุกวัน ในตอนนี้ผมกับเธอไม่ได้พูดอะไรกับเอื้องฟ้าเพียงแค่กอดผมไว้แค่นั้นก็ทำให้ผมมีความสุขจนตัวแทบรอยแล้ว
แต่พอได้สักพักอารมณ์ก็เปลี่ยนไป
ท่อนเอ็นของผมเกิดแข็งตัวขึ้นมาก็เพราะหน้าอกนิ้มๆที่แนบชิดกับหลังของผมนี้สิเป็นตัวปัญหาให้ผมเกิดอารมณ์หืนจนปวดท่อนเนื้อไปหมด
สมองก็เริ่มคิดเรื่องที่ว่าตอนนี้บ้านเธอไม่มีใครถ้าเธอชวนเข้าบ้านก็เป็นโอกาสปลดปล่อยพลังหนุ่มของผมแล้ว
“ว่ะ
เกือบตายแท้ยังจะมาคิดอีก”
“หืม ภูผาพูดอะไรนะ”
“อะ อ้อ ป่าวเราบอกว่าถึงบ้านเอื้องฟ้าแล้ว”
สมองกับปากดันไปพร้อมกันสะได้
แต่ก็เกิดเรื่องที่ทำให้หนักใจขึ้นมาก็เอื้องฟ้าสิดันชวนเข้าไปข้างในบ้านจริงๆเหมือนที่คิดไว้
แต่ผมคงไม่ทำเหมือนที่คิดหลอกเพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องจากกันแล้วหากเกิดเรื่องนั้นขึ้นมาจะเป็นการทำให้เสียใจเสียป่าวๆ
เมื่อเข้ามาในบ้านเอื้องฟ้าก็ให้นั่งที่ห้องรับแขกที่ใหญ่และเต็มไปด้วยเฟอนิเจอราคาเกือบหมื่น
ทำเอาผมเก้ๆกังๆทำอะไรไม่ถูกจนเอื้องฟ้าหัวเราะกับการกระทำของผม
“ไม่ต้องเกรงใจหลอกจ๊ะ คิดว่าเป็นบ้านตัวเองก็พอ”
“แหม ให้คิดไงก็คงคิดไม่ได้หลอก
ต่างกันยังฟ้ากับเหว”
“ภูผาไม่ชอบเหรอ”เอื้องฟ้าถามออกมาโดยน้ำเสียงเสียใจนิดๆ
“ชอบสิชอบมากๆเลย แค่บ้านเราไม่สวยเท่านี้เอง”
“งั้นก็มาบ่อยๆสิ เดี๋ยวเราเอาขนมมาให้นะ แล้วขอตัวขึ้นไปอาบน้ำแป๊บหนึ่งนะรอเดียว”
เอื้องฟ้าพูดเสร็จก็เข้าไปในครัวหยิบคุกกี้ใส่จานแล้วเอามาให้ผมจากนั้นก็ขึ้นไปชั้นบน
ผมไม่รู้จะทำอะไรดี ความจริงก็อยากพูดคุยกับเธอให้มากกว่า ใช้เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันนี้สร้างความทรงจำอันแสนสุขกับเอื้องฟ้าแต่แบบไหนดี
ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน
แล้วเสียงเอื้องฟ้าก็ดังขึ้นจากชั้นสองปลุกผมจากความคิดเหล่านั้น
“ภูผา ๆ ขึ้นมาหาเราหน่อย”
มีเสียงเรียกมาแค่ครั้งเดียวแต่ชัดเจนผมจึงเดินขึ้นไป แต่ข้างบนมีประตูอยู่ด้วยกันสามห้องแต่ละห้องดูเหมือนจะกว้างไม่ใช่น้อย
ผมเรียกเอื้องฟ้าเพื่อหาว่าเธออยู่ห้องไหนแล้วเสียงเอื้องฟ้าตอบรับออกมาจากประตูสีชมพูลายดอกไม้
เมื่อผมเปิดประตูเข้าไป
ก็ต้องยืนตัวแข็งทันทีเมื่อภาพที่ปรากฏคือทั้งตัวเอื้องฟ้ามีผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียว
ทำให้เห็นหน้าอกส่วนบนที่ทั้งอวบและขาวจนเห็นลอยเส้นเลือดถูกรัดแน่นไว้
ด่านล้างนั้นก็เห็นต้นขาที่ขาวดุดมุกถ้าหากเอาผ้าเช็คตัวขึ้นอีกสักสามนิ้วคงได้เห็นล่องสามเหลื่อมแน่
“ม มี อะไรเหรอ”กว่าจะพูดออกมาได้ก็ผ่านไปแป๊บหนึ่งแล้ว
“ปิดประตูก่อนสิ”คำพูดของเอื้องฟ้าเหมือนส่งมายังสมองของผมโดยตรง
มือผมที่จับลูกบิดค้างไว้ตั้งแต่ตอนเปิดเข้ามารีบดึงบานประตูปิดทันที
ส่วนสายตาก็จับจ่องไปที่ร่างกายของเอื้องฟ้า
“นี้ภูผาต้องไปอยู่กับปู่จริงๆเหรอ”
“ทำไมจู่ๆถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาละ”
“ตอบเรามาหน่อยสิ ไม่มีทางอื่นที่จะอยู่ที่นี้ต่ออีกแล้วเหรอ”
“เราต้องไป......เราจำเป็นต้องไปจริงๆ”
“ถ้าอย่างงันสัญญากับเราได้มั้ย ว่าจะไม่ลืมเอื้องฟ้าคนนี้”
“เราสัญญา ต่อให้นานแค่ไหน ต่อให้พบเจอใครอีกสักกี่ล้านคน
เราจะไม่มีทางลืมเอื้องฟ้าแน่นอน เราสัญญา”
“เราไม่เชื่อ”เธอโผลเข้ามากอดผมไว้ทำเอาใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเต้นแรงเข้าไปอีก
“ถ้าวันหนึ่งภูผา เจอคนที่สวยกว่าเรายังไงก็ลืมเราอยู่ดี”
“ไม่หรอก เราไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย”ผมกอดตอบเอื้องฟ้า
ที่ตอนนี้ซบหน้ากับไหล่ของผม
“ถ้างั้นเรามาทำสัญญากันนะ สัญญาที่เราจะไม่มีวันลืม”เธอเงยหน้าขึ้นมามองตาผม
ในขณะที่เรายังกอดกันอยู่ ช่างเป็นสถานการณ์ที่ทำให้หัวใจของผมอ่อน ปวบเปียบเสียจริง
“ได้สิจะให้เราทำอะไรขอแค่เอื้องฟ้าบอกมา เรายอมทำทุกอย่าง”
เอื้องฟ้าซบลงมาที่อกผมอีกครั้ง
แล้วพูดด้วยเสียงที่สั่นจนฟังแถบไม่รู้เรื่อง
“ร ระ เราจะใช่ คะความบะ บริสุทธิ์ พะเพื่อทำสัญญา”เหมือนสมองทำงานช้ากว่าปกติหลายเท่า
กว่าจะแปลข้อความทั้งหมดได้ก็กินเวลาไปพักใหญ่
“ฮ่ะ อะไรนะ”ผมถามออกไปเพื่อความแน่ใจว่าฟังไม่ผิด
แล้วเอื้องฟ้าก็ให้คำตอบด้วยเสียงที่มั่นใจต่างจากตอนแรกอย่างริบรับ
“เราหมายความว่า เราจะให้ความบริสุทธิ์ของเรา กะ กับภูผา...”
แม้จะอยากถามให้เอื้องฟ้าได้แน่นใจอีกสักครั้ง
แต่เมื่อเธอพูดจบก็เงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวและมั่นใจ
เหมือนกับนี้เป็นเรื่องที่เธอมั่นใจมากที่สุดในชีวิต
“เรารักเอื้องฟ้านะ”
และแล้วผมก็ไม่อาจหักห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป
ลืมสิ้นทุกเหตุผมที่จะกลายมาเป็นความเสียใจ ลืมมันไปเสียทุกอย่างถึงสิ่งที่ไม่ควร
แล้วก้มตัวลงไปจูบปากของเธอในอ้อมกอดของเราที่แสนอบอุ่น
แล้วลมหายใจของเราก็ค่อยๆเริ่มเร็วแรงขึ้นมือทั้งสองของผมค่อยถอนเสื้อผ้าตัวเองจนหมด
จากนั้นก็อุ้มเอื้องฟ้าไปนอนที่เตียงแล้วดึงผ้าเช็ดตัวออกเผยให้เห็นร่างที่ขาวดังไข่มุก
หน้าอกที่อวบโตเกินวัยและขนอ่อนตรงเนินสวาทที่ยาวเพียงแค่หนึ่งข้อนิ้ว
“ว๊ายยยย”
เอื้องฟ้าร้องออกมาเมื่อสายตามองมาเจอท่อนเนื้อประจำกายที่ยาวหกนิ้วครึ่งและใหญ่จนมือกำไม่รอบ
หน้าเธอแดงกล่ำไม่รู้ว่าอายที่เห็นของผมหรือที่ผมเห็นของเธอ
แต่ตอนนี้เรื่องอายไม่สำคัญที่สำคัญตอนนี้คือการทำสัญญาของเราสองคน ผมจึงเริ่มจากจูบเธออีกครั้งคราวนี้รดจูบของเราสองคนนั้นช่างหอมหวานและร้องแรง
หัวใจที่เต้นเร็วแรงของเราสองคนเหมือนรวมกันเป็นหนึ่ง
ร่างกายที่แสนนุ่มของเอื้องฟ้าถูกทับด้วยร่างที่หยาบแข็งของผม
แล้วท่อนเอ็นที่ร้อนและแข็งก็ทาบทับลงไปที่ท้องอันขาวเนียนของเธอ
ส่วนมือทั้งสองของผมกำลงไปที่หน้าอกของเธอแล้วบีบนวดสัมผัสถึงความอ่อนนุ่มของเต้าเธอแล้วผมก็ถอนปากออกจากปากของเอื้องฟ้าดูเหมือนเธอไม่อยากหยุดจูบเลยยกปากขึ้นตาม
แต่ผมอยากจะลิ้มลองนมทั้งสองของเธอมากกว่าจึงเลื่อนตัวลงมาให้หัวตรงกับหน้าอกของเธอแล้วทำการเลียกับดูดจนเอื้องฟ้าร้องคางออกมา
“อ้า ซี๊ดดด อืมมม อ้า”
มือข้างหนึ่งของผมล้วงลงไปที่เนินสาวของเธอสำรวจทุกซอกของกรีบสาวที่กำลังขับน้ำหล่อลื่นออกมา
ผมใช่นิ้วกลางสำรวจตรงปากร่องเสียวของเอื้องฟ้า
พบว่ามันยังปิดสนิทแม้แต่ปลายนิ้วยังดูเหมือนจะใหญ่เกินไปด้วยซ้ำ
แต่ยังไงวันนี้ร่องเสียวของเอื้องฟ้าต้องเปิดรับสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วหลายเท่าตัว
เมื่อคิดแบบนั้นผมจึงก้มตัวลงไปให้หัวอยู่ตรงหว่างขาของเธอ
“ว้ายยย จะทำอะไร”
“เปลี่ยนใจแล้วเหรอ”
“ป่าวแต่ว่ามัน ส อุ้ย.....ซี๊ดด”
ผมไม่ฟังต่อลงลิ้นเลียกีบสาวของเอื้องฟ้าทันทีทำให้เธอหยุดพูดไปแล้วเป็นเป็นเสียงซูดปากเหมือนกำลังเผ็ด
ตอนนี้ลิ้นของผมกำลังผ่านรูสาวของเอื้องฟ้าเข้าไป
ข้างในรูสาวของเธอนั้นตลอดลิ้นของผมใหญ่เลยเสียงคางจากปากเธอดังไปทั่วห้องนอน
เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของเอื้องฟ้ากำลังร้อนแรงผมจึงใช้นิ้วกลางดันเข้ารูเสียวไปก่อนข้างในนั้นยิ่งตอดนิ้วผมใหญ่เลยแต่มันดันเข้าไปยากมากแถมเอื้องฟ้ายังบอกเจ็บอีก
เมื่อแทงนิ้วเข้าไปจนสุดผมแช่นิ้วไว้พอผ่านไปได้สักพักผมจึงค่อยๆขยับนิ้วเข้าออกจากช้าๆเป็นไวขึ้นทีละนิดจนในที่สุดผมก็ซอยนิ้วถี่ยิบ
ทำให้เอื้องฟ้าร้องไม่เป็นภาษาเลย แล้วในที่สุดเธอก็ร้องกรีดออกมา แล้วก็กะตุกอย่างแรง
นี้คงเป็นการเสร็จครั้งแรกของเธอ
“อ้า”
ผมปล่อยให้เธอหายใจช้าลงสักพัก
จึงกลับไปเลียกลีบสาวใหม่อีกทีจนเสียงคางของเธอเริ่มดังไปทั่วห้องอีกครั้ง
เมื่อน้ำหล่อลื่นไหลออกมาเต็มช่องเสียวผมจึงเลื่อนตัวขึ้นเอาแท่งเอ็นของผมไปจอที่รูเสียวของเธอ
“ฮา ภูผาจะจะเอามันเข้ามาเหรอออ”
“ก็ใช่นะสิ”
“ต้องเอาเข้ามาจริงๆเหรอ ระ เราว่ามันเข้ามา มะ ไม่ได้หลอก”
“ถ้าไม่เอาเข้าไป ที่เอื้องฟ้าบอกว่าจะให้ความ บริสุทธิ์เรามันก็ไม่เป็นจริงนะสิ
แต่ถ้าเอื้องฟ้ากลัวเราจะหยุดนะ”
“ไม่ทำต่อเลย เราตัดสินใจแล้ว เรารักภูผา”เสียงของเธอหนักแน่น บอกให้รู้ถึงความมั่นใจ
ผมก้มลงไปจูบเอื้องฟ้าที่ปากหนึ่งที ส่วนมือผมก็จับท่อนเนื้อถูไปบนกลีบเสียวของเธอ
“เราก็รักเอื้องฟ้า”
เมื่อท่อนเอ็นชุ่มไปโดยน้ำหล่อลื่น ผมจึงค่อยกดหัวบานเข้าไปแต่เข้าไปได้แค่ปลายหัวถอกเอื้องฟ้าก็ร้องรั้นห้องว่าเจ็บ
ผมจึงก้มลงไปดูนมเธอทั้งสองข้างส่วนเอวก็ซอยยิกๆเพื่อให้เธอเสียวที่กลีบสาวและค่อยๆกดแท่งเอ็นเข้าไป
วิธีนี้ทำให้เอื้องฟ้าเจ็บน้อยที่สุดในขณะที่ท่อนเอ็นก็ค่อยๆเข้าไปในรูเสียวของเธอแต่เมื่อปลายหัวบานเข้าไปได้ก็เหมือนกับมีอะไรบางอย่างขวางทางอยู่ผมจึงดึงปลายที่พึงเข้าไปได้ออกมาครึ่งหนึ่ง
เอื้องฟ้ารีบยกก้นตามมาเหมือนกับรูเสียวเธอถูกดูดติดกับปลายท่อนเอ็นของผมและเมื่อจังหวะที่ก้นเอื้องฟ้าลอยขึ้น
ผมก็สวนกับไปอย่างแรงจนทำให้ท่อนเนื้อทะรุสิ่งที่เคยขวางกั้นนั้นผังทะลายลง
“โอ้ยยยยยย.....”
เอื้องฟ้ากรีดเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพร้อมเล็บมือที่จิกลงมายังบนแผ่นหลังของผม
ผมหยุดแรงกดแล้วหันมาดูดนมบีบเต้าบ้างส่วนอีกมือก็ล่วงไปเขี่ยติ่งเสียวเธอเบาๆ
สักพักเสียงซูดปากก็ลอดออกมาจากฟันที่คบแน่นของเธอน้ำตาใสๆไหลออกจากหางตาคงจะเจ็บไม่น้อย
“อยากหยุดมั้ย”
เธอไม่พูดแค่ส่ายหน้าอย่างแรง
ผมจึงค่อยๆโยกเข้าออกช้าๆไม่กดเข้าไปลึกมากแค่ซอยถี่ๆอยู่ที่เดิมพอเอื้องฟ้าส่งเสียงคางออกมา
“อืม อา ซี๊ดดด อ่ะ....”
พอเธอเริ่มเสียวคราวนี้ผมกดทีเดียวมิดด้ามเลย เธออ้าปากค้างทำตาโตเหมือนจะเป็นลมไปคราวนี้ผมหยุดค้างไว้ตรงนี้ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้กลัวว่าเธอจะเป็นลมไป
แต่พายในของเธอนั้นตอดเอ็นของผมจนเสียวแถบแตกออกมา พอเธอหายใจได้คล่องอีกครั้งผมก็ก้มลงไปแรกลิ้นกับเธอ
มือทั้งสองก็บีบนวดหน้าอกของเธอไปสักพัก
จากนั้นก็ค่อยๆดึงท่อนเนื้อที่เสียบจนมิดด้ามออกช้าๆ และเหมือนว่าท่อนเอ็นของผมถูกรูของเอื้องฟ้าดูดไว้ทำให้เธอยกก้นลอยขึ้นตาม
เมื่อท่อนเอ็นออกมาได้ครึ่งลำผมก็แทงกลับเข้าไปใหม่อย่างช้าๆ ทำแบบนี้ไปสักพัก
สะโพกของเอื้องฟ้าเหมือนจะรู้งานขึ้นเริ่มยกสวนกับ
“อู้ยยย สะ เสียว จัง”
เมื่อได้ยินเสียงเอื้องฟ้าพูดแบบนั้นผมก็เริ่มเร่งจังหวะให้ไวขึ้น
จนตอนนี้เกิดเสียงดัง พับๆๆๆ จากนั้นได้อีกไม่นานผมก็หยุด
เพื่อจับเธอโค้งตูดหันหลังในท่าหมา
จากนั้นก็จับท่อนเอ็นยัดเข้าไปแล้วซอยถี่ยิบได้ไม่นานเอื้องฟ้าก็ตัวกระตุก
กรี๊ดเสียงออกมา
“โอ้ยยยย กรี๊ดดดดด”
ผมปล่อยให้เธอหยุดหายใจสักพักเพราะเหมือนว่าเธอกำลังจะหมดสติไป
ระหว่างนั้นรูเสียวของเธอก็ตอดท่อนเอ็นของผมอย่างไม่หยุดจนผมทนความเสียวไม่ได้
ต้องจับเธอพลิกมาอยู่ในท่ามาตรฐานแล้วก้มลงไปดูดเลียหัวนมในขณะที่เริ่มโยกเอวอีกครั้ง
เหมือนว่าเธอจะรู้ชะตากรรมของตัวเองพยายามยกมือที่แทบไม่เหลือเร็วแรงมาแตะที่ไหลของผม
บอกตามตรงทั้งท่าทีและหน้าตาที่อ่อนแรงของเอื้องฟ้าทำให้ผมมีอารมณ์มากจนกลายเป็นว่าผมซอยในท่านี้ถี่ยิบจนเอื้องฟ้าทำได้แค่อ้าปากร้องควรคางอย่างเดียว
“อ่ะ อ้า โอ้ยยย ซี๊ดดด จะ จะ ออก อ้า อีกแล๊ว กรี๊ดดดดด”
“ออกแล้ว ออกแล้ว ซี๊ดดดด”
ผมเองก็มาถึงจุดสุดยอดแล้ว ซอยอีกไม่กี่ทีก็ต้องเกร็งตัวปล่อยน้ำอสุจิเข้าไปในร่องสาวแรกแย้มของเธอทำเอาเอื้องฟ้ากอดผมแน่น
ขาทั้งสองเกี่ยวรัดเอวผมไว้เหมือนกับกลัวว่าผมจะถอนท่อนเอ็นออก
แต่ความสุขที่พวยพุ่งออกมาของผมกับนำพาความมืดมิดมาสู่สติทั้งหมด
ความมืดที่เย็นยะเยือก เป็นบางสิ่งที่รับรู้ได้ด้วยสัญชาติญาณ ว่านั้นคือรู้สึกของ
ความตาย....
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น