มีอยู่หลายครั้งที่ผมเคยตั้งคำถามว่าโลกที่ผมรู้จักแตกต่างจากคนอื่นตรงไหน
แล้วคำตอบที่ได้... คงเป็นเพราะว่าโลกที่ผมรู้จักมันมี วิญญาณ คาถาและเวทย์มนต์ ยังไม่รวมเรื่องราวลีลับต่างๆที่ถูกเล่าขานจากปากต่อปาก
แต่สำหรับผมมันไม่ใช่แค่สิ่งที่ถูกส่งต่อด้วยคำพูดแต่มันเป็นการสัมผัสโดยเป็นประสบการณ์จริง
ครั้งแรกที่เรื่องราวของผมเริ่มต้นขึ้น
ตอนนั้นผมจำได้ดีเหมือนว่าเรื่องเหล่านั้นพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ตอนนั้นผมอายุได้เพียง 9
ปีแต่ต้องตามพ่อเข้าไปในป่าลึกเพราะตัวของพ่อนั้นเป็นนายพรานต้องหาของป่าเพื่อประทังชีวิต
และส่งเสียผมเรียน มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้พ่อต้องพาผมเข้าไปเสี่ยงอันตรายในป่าใหญ่
อย่างหนึ่งคงเป็นที่ว่าเรามีกันอยู่แค่สองคน พ่อ ลูก
อย่างที่สองพ่อต้องการสอนบางเรื่องที่ผมควรรู้ อย่างสุดท้ายพ่อต้องการให้ผมสืบทอดคาถาและเรียนมวยกับพ่อ
ในป่าใหญ่ลึกเข้าไป ผมได้เจอเรื่องราวมากมายและหนึ่งในนั้นคือเรื่องที่ทำให้ผมได้เจอกับพี่มะลิ
พี่มะลิไม่ใช่คนแต่เป็นวิญญาณในยุคของขุนแผน
ในตอนนั้นพี่มะลิได้เข้ามาขอส่วนบุญจากพ่อเมื่อเห็นว่าพ่อเป็นคนมีวิชาจึงขอติดตามขอเป็นวิญญาณบริวารคอยรับใช้
แต่พ่อผมไม่ต้องการเพราะพ่อมีวิญญาณบริวารอยู่สองตนแล้วเป็นรักยม
จึงให้พี่มะลิเป็นวิญญาณบริวารของผมเนื่องด้วยว่าพี่มะลินั้นพอรู้เรื่องเวทย์คาถาอยู่ไม่น้อยคงจะช่วยบอกกล่าวเรื่องเหล่านี้ได้ไม่น้อย
นั้นคือครั้งแรกที่ผมได้พบเจอกลับพี่มะลิตอนนี้เวลาก็ได้ร่วงเลยมา 6ปีซึ่งอายุของผมตอนนี้ก็สิบห้าปีพอดีในหัวก็เริ่มคิดเรื่องบนเตียงแล้วเพราะได้อ่านหนังสือลามกจากเพื่อนสนิทที่มีอยู่แค่สองคน
จากที่เคยมองพี่มะลิแค่พี่สาวก็เริ่มจะไม่ใช่อย่างงั้นอีกต่อไปแล้ว เหตุเพราะว่าพี่มะลิได้ตายตอนอายุพึ่งจะยี่สิบสามร่างกายจึงหน้าดึงดูดแถมยังเคยเป็นลูกเจ้าเมืองหน้าตาจึงดูสะสวย
บ่อยครั้งผมมักจะมองหน้าพี่มะลิจนลืมตัว และถูกถามด้วยเสียงหวานๆของเธออยู่เสมอ
“มองอะไร จ้องอยู่ได้”
“ก็ผมชอบนิ เวลาได้มองคนสวย”
“หึ...”
จบด้วยการที่เธอกลายร่างเป็นหมอกควันแล้วรอยไปสถิตในจี้สร้อยคอรูปหยดน้ำสีฟ้าที่พ่อมอบให้
เพื่อเป็นที่พักฟื้นวิญญาณบริวารของผม
“ภูผาพูดอะไรอยู่เหรอจ๊ะ
เห็นบนงึมงำอยู่คนเดียว”
“อ้อ...ป่าว แค่พูดว่าเอื้องฟ้าไปกินอะไรมาถึงสวยแบบนี้”
“ภูผานี่ละก็ กะล่อนเหมือนที่เค้าพูดจริงๆ”
“ถือว่าเป็นคำชมจ๊ะ”
“อิอิ”
ผมมักลืมตัวพูดกลับพี่มะลิเสมอทั้งที่ตอนนี้กำลังเรียนกันอยู่แท้ๆ
แต่ด้วยความโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ที่ผมได้จับฉลากมานั่งคู่กับเอื้องฟ้าดาวโรงเรียนแบบนี้
ผมยิ่งเพื่อนน้อยๆอยู่เดียวก็โดนเหม็นขี้หน้าเข้าไปอีกแต่ก็นั้นแหละนั่งใกล้คนสวยอะไรก็ดูมีชีวิตชีวา
แต่ก่อคงไม่กล้าจีบเธอเพราะเอื้องฟ้าเป็นลูกนายตำรวจใหญ่ ผมก็ไม่รู้ว่ายศอะไร
แต่ที่แน่นๆพี่สาวเธอโหดมาก ก็ตอนที่ได้นั่งกับเอื้องฟ้าครั้งแรกพี่สาวเธอเข้ามาด่าผมใหญ่เลยแถบพยายามจะตีผมอีกแต่ถูกเอื้องฟ้าห้ามไว้
ผมก็ขำๆเพราะไม่ได้กลัวอะไร มองว่าเป็นแค่เรื่องตลก
วันนี้เป็นวันเกิดของผม
จริงๆแล้วพ่อมักจะไม่ไปไหนในวันนี้แต่ตอนนี้พ่อเข้าป่าไปเกือบจะอาทิตย์หนึ่งแล้วผมกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับพ่อแต่ถ้าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นพ่อก่อต้องส่งรักยมมาบอกผมแล้ว
“อ๊อดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
เสียงออดหมดเวลาเรียนดังขึ้นผมจึงเก็บข้าวของเพื่อกลับบ้านเตรียมตัวขึ้นชกมวยงานวัดคืนนี้
ซึ่งได้ลุงชัยเพื่อนของพ่อคอยเป็นคนหาเวทีชกให้กับผมเพื่อที่จะได้เอาเงินรางวัลมาเก็บเป็นค่าเทอม
“อ่อคือ...นี้จะภูผา สุขสันต์วันเกิดนะ”
เอื้องฟ้ายื่นของขวัญกล่องเล็กให้ ผมตกใจจนไม่รู้จะทำไง
แต่ก็ยื่นมือไปรับมา
“ขะ ขอบใจนะ”
แล้วเอื้องฟ้าก็รีบถือกระเป๋าเดินออกจากห้องไปพร้อมกับใบหน้าแดงๆ
ผมจึงรีบเก็บของขวัญไว้ในกะเป๋ากลัวว่าจะมีใครเห็นแล้วจึงรีบเดินออกห้องแต่ก็ไม่วายถูกเกาะไหล่ไว้
“ชิชะ เดี๋ยวนี้ริอาจจะมีความรับกับเพื่อนหรือไงมึง”บามเอยถามทันที
“ตะกี้พวกกูเห็นนะโว้ย”ไอ้บาสบอกอีก
“หะเห็นอะไรวะ”
“พวกกูอยากรู้ ว่าเอื้องฟ้าให้อะไรเอ็ง บอกหน่อยดิ”บาม
“ไม่บอก โว้ย”
“เฮ่ยยย ไม่เป็นไรเดี๋ยวพวกกูไปถามพี่ของเค้าเอาก็ได้”
“ชิบหายตายฮ่าเลยนะมึง เอาจริงดิ”
“ฮ่าฮ่า พวกกูล่อเล่น”บาส
“สุขสันต์วันเกิดวะ”บาส
“สุขสันวันเกิดวะ”บาม
“คืนนี้เจอกัน”
“อืม”
ไอ้สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของผมทีแรกก็สงสัยอยู่ว่าเอื้องฟ้ารู้วันเกิดของผมได้ไงแต่เห็นไอ้สองคนนี้ก็พอเดาออกว่าคงไม่พ้นฝีมือพวกมัน
เมื่อมาถึงบ้านผมก่อรีบอาบน้ำให้สดชื่นก่อน กะว่าจะวอมชกมวยอุ่นเครื่องก่อนสองทุ่มคืนนี้แต่เมื่ออาบเสร็จก่อต้องตกใจเพราะสร้อยที่เป็นที่สิงสถิตของพี่มะลิหายไป
ก็ผมจำได้ว่าวางไว้ตรงนี้แต่พออาบเสร็จกลับหายไปซะงั้น พอค้นดูใต้เตียงจู่ก็มีมือเรียวบางมาปิดตาก็รู้ได้ว่าเป็นฝีมือใคร
“ผมตกใจหมด แล้วทำไมพี่มะลิถึงใช้คาถากายทิพย์ละ”
“กลัวพี่ใช้พลังเวทเจ้าจนหมดเหรอ”
“ป่าวสักหน่อยผมแค่สงสัย”
“ก็เพราะคาถากายทิพย์ทำให้พี่ กลับมามีร่างกายเป็นมนุษย์ได้ยังไงละ
แม้จะคงอยู่ได้แค่สองชั่วโมงก็ตาม”
“เรื่องนั้นผมรู้ ผมแค่อยากรู้ว่าพี่ใช้ทำไม”
“ก็พี่อยากให้ของขวัญภูผา....คนที่พี่รักไง”
“ฮะ”
ผมตกใจที่พี่บอกว่าคนที่พี่รัก
จึงหันไปมองแต่ก็ต้องตกใจซ้ำสองเมื่อเห็นพี่มะลิเปลือยป่าวไปทั้งตัว ยังไม่ทันได้พูดอะไรผมก็ถูกปิดปากด้วยปากของพี่มะลิผมถูกบดปากอยูสักพักพอตั้งสติได้หัวใจก่อเต้นแรง
แล้วพี่มะลิก่อหยุดบดปากเพื่อพูดกับผม
“ไม่ชอบพี่เหรอ หรือรังเกียดพี่”
“ปะ ป่าวครับผมแค่ตกใจ จู่ๆพี่ก็...”
“พี่พูดตามตรงแม้จะอยู่คนละชาติพบกับภูผา แต่พี่ก็รักภูผาไม่ใช่ในแบบที่พี่รักน้องแต่เป็นแบบผู้หญิงรักผู้ชายคนหนึ่ง
ถ้าภูผาไม่รังเกียด ก็ขอตามใจพี่สักครั้งจะได้ไหม”(กลายเป็นงั้นไป)
“ผมกะกะก็รักพี่ครับ “
อาจเป็นเพราะเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันเรื่องนี้จึงเกิดขึ้น
แม้จะไม่รู้ว่าใจตัวเองคิดยังไงกันแน่ แต่ตอนนี้ผมไม่สามารถควบคุมอารมของตัวเองได้อีกแล้ว
ผมรู้สึกร้อนซ่าน...ไปทั้งตัว สายตาพี่สาวคนสวยชั่งเย้ายวนอารมเหลือเกิน เด็กหนุ่มผู้รู้ลึกในเรื่องทฤษฎีแต่ไร้ซึ่งประสบการณ์เริ่มออกแบบฉากรักบนเตียงด้วยการผลักร่างเปลือยป่าวให้ล้มตัวลงบนเตียง
พี่มะลิดูท่าจะเขินอายนิดๆ แต่เธอหารู้ไม่ว่าท่าทางของเธอชั่งดึงดูดผมเหลือเกิน ริมฝีปากเรียวเล็ก เอิบอิ่มสีชมพู
มันเรียกร้องให้ผมขยับเข้าไปใกล้ๆ
รู้ตัวอีกที ตัวของผมก็ขึ้นควบร่างกายของพี่มะลิซะแล้ว
สายตาพี่มะลิพยายามบอกผมว่าเวลาของเราเหลือไม่มากนัก ผมตัดสินใจจูบและสอดลิ้นเข้าไปสำรวจในปากของเธอ
ขณะที่สองมือค่อยๆลูปครำเนื้อนูนอวบขาวนุ่มมือ
ผมเลื่อนลงมาดูดดื่มยอดอกสีชมพูอ่อนที่ตั้งชูอยู่ตรงหน้า
ผมบรรเลงลิ้นลงทั้งสองเต้าสลับไปมา พร้อมกับเสียงครางเป็นจังหวะเบาๆ
ที่พี่มะลิระบายความเสียวออกมา
“อ๊า.....ซิ๊ดดด...พี่มีความสุข จริงๆ อ้า ดวงใจของพี่..ซิ้ดดด”
ตอนนี้กองกำลังของผมก็เตรียมอาวุธพร้อมแล้ว
มันแข็งแรงและพร้อมเผชิญหน้ากับศึกรักครั้งแรกแล้ว ผมดึงผ้าเช็ดตัวออก
ทำให้พี่มะลิมองเห็นจอมพยัคของผม พี่มะลิจองมองและตกใจเล็กน้อย ใช้มือปิดตา
แต่ผมก็รู้นะว่าเธอแอบมองมันอยู่
ผมเองไม่รอช้าเลื่อนระดับลงมาชื่นชมเนื้ออูมด้านล่างที่ตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำฟ้าซึ่งตามทฤษฎีที่ผมศึกษามา
หมายความว่าเธอพร้อมกับศึกครั้งนี้แล้ว แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเราทั้งคู่
ผมจึงอยากแต่งเต็มฉากรักไว้ให้เธอจดจำจนลืมผมไม่ลง ผมใช้ลิ้นลิ้มลองรสชาติหยาดน้ำที่ไหลออกมาจากกลีบสาวของเธอ
พี่มะลิยิ่งครางไปกันใหญ่ “อ้า...โอย้ยย....ซิ๊ด”
ตัวผมเองก็ไม่ไหวแล้ว
“อ้า...โอย้ยย....ซิ๊ด”
ผมเร่งจังหวะลิ้นให้เร็วขึ้น เร็วขึ้น พี่มะลิคราง ไม่ได้ศัพท์
“โอ้ยย พะพะพี่ พี่ไม่ไหว”
“อ๊า อา อา ซิ๊ดดดด จะ จะ
เสร็ด แล้ว อ้ายยยยยยย”
ตัวของพี่มะลิกะตุกอย่างหนัง แล้วกลีบสาวก็ขับน้ำรักออกมา แต่ผมยังไม่หยุดลิ้นที่สอดเข้าไปในร่องเสียวแต่เปลี่ยนมาเลียตรงที่ติ่งเสียว
“อ้า เดี๋ยวๆ ขะ ขอ อ้า ซิ๊ดดด”
ผมไม่ยอมหยุดพี่มะลิจึงได้แค่จับหัวผมแล้วดันเข้าหากลีบสาวของเธอแถมยังยกเอวเข้ากระแทกปากอีก
จนผมหายใจไม่ออกจึงต้องเงยหน้าขึ้นมาหายใจ
“ปะ เป็นไงละ พี่บอกให้หยุด”
“นี้แกล้งกันเหรอ งั้นมาเจอของจึงเลย อิอิ”
“ว้าย ไม่น่าเลยเรา”
“สายไปแล้วละ เมียจ๋า”
“บะบ้า”
แล้วผมก็ขึ้นไปทับพี่มะลิอีกครั้งแล้วถ่างขาทั้งสองข้างของพี่มะลิออก
นำเอาปลายท่อนเนื้อของผมไปถูที่ปากทางรักของพี่มะลิ
“อ้า ซิ๊ดดด”
“พร้อมจะเป็นเมียผมเต็มตัวแล้วหรือยัง”
“บ้าไม่พร้อมแล้วจะหยุดไม่ ทำหน้าหืนซะแบบนั้น”
“ไม่หยุดอยู่แล้ว”
พูดจบผมค่อยกดหัวบานเข้าไป
กลีบสาวของพี่มะลิบีบรัดแน่นมากเหมือนตอนนี้ทั้งตัวผมถูกเชือกมัดแน่น ท่อนเนื้อของผมแทบระเบิดแต่ยังดีที่ได้น้ำหล่อลื่นกับน้ำลายของผมช่วยไม่งั้นคงดันไม่เข้า
“โอ้ยยย เจ็บๆ ช้าหน่อยได้มั้ย พี่เจ็บ ฮื้อ เจ็บมากๆ หยุดก่อน”
ตอนนี้ผมดันเข้าไปได้ครึ่งท่อนแล้ว
แต่พี่มะลิดูเหมือนจะเจ็บมากผมเลยหยุดก่อน ในใจก็กลัวเหมือนกันเพราะยังไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนผมได้แต่หวังว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดี
“หยุดแค่นี้ก่อนดีมั้ย พี่มะลิ”
“ไม่ ไม่พี่ตั้งใจแล้วถ้าหยุด พี่คงเสียใจ”
“งั้นผมแช่ไว้สักพักก่อนนะ”
ผมจึงค่อยๆก้มลงไปจูบปากพี่มะลิ แล้วชอนไชลงมาตรงซอกคอ
เลยลงมาที่หน้าอกสองค้างพอดูดหัวนมสลับกันไปได้สักพักพี่มะลิก็เริ่มครางอีกครั้ง
ผมจึงค่อยๆโยกถี่ๆดูเหมือนพี่มะลิเองก็เริ่มจะเสี่ยวตรงกลีบสาวแล้วเหมือนกันผมจึงค่อยๆถอยท่อนเนื้อออกมาแล้วแทงเข้าไปพรวดเดียวมิดท่อน
“กรี๊ดดดดดด”
เล็บมือทั้งสองข้างจิกลงบนหลังของผม จนแสบไม่ใช่น้อย
พอก้มลงไปดูที่ต้นเหตุก็เห็นว่ามีเลือดซึมๆออกมาผมก่อแช่สักพักแล้วก้มลงไปจูบพี่มะลิที่รักของผมเธอเองก็จูบตอบ
พร้อมหลับตามีน้ำตาไหลลงมาจากหางตาทั้งสองข้างเธอคงเจ็บไม่น้อย
พอผ่านไปได้สักพักผมรู้สึกถึงแรงตอดรัดที่ท่อนเนื้อจนผมทนไม่ไหวจึงค่อยๆดึงท่อนเนื้อออกพี่มะลิก็ยกสะโพกตามเหมือนกลีบสาวติดกับเอ็นของผม
เมื่อเธอยกตามมาจนก้นรอยแล้วผมก็แทงกลับเข้าไปใหม่
เธอลืมตาโพงเลยแล้วก็ตีหลังผมเบาๆผมทำแบบเดิมได้สักพักทางก็เริ่มสะดวกขึ้นผมซอยเร็วขึ้นแรงขึ้นจนมีเสียงดัง ป้าบ ๆ ๆ เป็นเสียงของเนื้อกะทบเนื้อ
“ซิ๊ดดด อ๊า โอ้ยยย แรงๆ
เร็วๆจ๊ะ ผัวขา โอ้วยย เด็ก อะไร อ๊า ใหญ่จริงๆ”
“เรามา เปลี่ยนท่ากันดูนะ เมียจ๋า เอาให้ ครบทุกกระบวนท่าเลยเคยอ่านมาเลย
ซิ๊ดด”
ไม่พูดป่าวผมเปลี่ยนจากท่ามาตราฐาน พลิกให้เมียมะลินอน คว่ำ
ยกตูดขึ้นแล้วเอาหมอนสอดจากนั้นก่อควบกระแทกเสียงถี่ยิบสองมือพี่มะลิกำที่นอนจำเป็นรอยยับปากก็ร้องควรคาง
“เมียจ๋าจะ ๆ ถึงแล้วนะ อ้า ซิ๊ดดดด ออก แล้ว โอ้ยยย”
ตัวพี่มะลิกะตุกอีกครั้งผมจึงหยุดแล้วแช่ท่อนเนื้อไว้สักพัก
แล้วค่อยเอามือสอดเข้าไปบี้ติ่งเสียวข้างหนึ่งส่วนอีกข้างใช้บีบเต้านมที่ขาวอวบเพื่อระบายความเสี่ยว
พอพี่มะลิหายใจช้าลงผมก่อพลิกให้นอนหงายโดยที่ทอนเอ็นไม่หลุดจากนั้นก็อุ้มพี่มะลิขึ้นในท่าม้าลิงอุ้มแตง
“ยะ ยังไม่เสร็ดอีกเหรอ มะมันมานแล้วนะ”
ผมไม่ตอบได้แต่ปดปากแลกลิ้นกลับเธอ
ส่วนสะโพกก็กะเดากะแทกจนเอวเธอลอยแล้วหล่นมากะแทกซ่ำอีก มันเสียวมากพี่มะลิเองก่อคงเสียวมากๆเหมือนกันถึงรีบถอนปากออกเงยหน้าขึ้นฟ้าคางจนรั่นบ้าน
กะแทกได้สักพักผมก่อรู้สึกว่าเหมือนกำลังจะปล่อยอะไรออกมา จึงว่างพี่มะลิลง
ตอนนี้หอบหายใจถี่ยิง แล้วผมก็กลับมาที่ท่ามารตราฐานค่อยๆซอยก่อนแล้วก็เร่งจังหวะให้เร็วขึ้นๆ
จนถี่ยิบ
“อ๊ายยย มะ มะ....”
แล้วร่างของพี่มะลิก็กระตุกอีกครั้ง ส่วนผมเองก็กำลังจะออกแล้วจึงดึงออกมาให้ระหว่างทางยาวที่สุดแล้วพี่มะลิก็ยกสะโพกตามผมจึงสวนเข้าไปแล้วกระตุกอย่างแรง
ปล่อยน้ำรักที่ร้อนเหนียวเข้าร่องกลีบสาวจนล้นออกมาเป็นหลักฐาน แล้วพี่มะลิก็กะตุกอีกครั้งเราสองคนกอดกัน
หน้าของพี่มะลิซบลงมาที่ไหล่ของผมอ้อมกอดเป็นสื่อผ่านความรู้สึกของเธอทำให้ใจของผมเต้นไปพร้อมๆกลับพี่มะลิ
แม้จะไม่รู้ว่ารักคืออะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมแน่ใจคือจะไม่ปล่อยให้สิ่งไหนมาแยกเราสองคนออกจากกัน
ไม่มีวัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น